ทวงสัญญาหน้าฝน เอาไง! บอกไว้สิงหาชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ส่งศาลฎีกาหรือไม่ ล่วงเลยแล้วครึ่งเดือนกลับทำมึน ฟาดอย่าทำ ปชช.ผิดหวัง สิ้นเชื่อมั่น ยื้อมากว่า 2 ปียังชักช้าทำท่ารอวันสิ้นอายุความ ลั่น กกต.แบบนี้อย่ามีดีกว่า ส่วน ปปช.ออกแววจับโกงสอบท้องถิ่น ขยายปมเพิ่มเวลาทำงานสไตล์ กกต.ชัดๆ
เมื่อ 14 ส.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สัญญาจะชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะทำหน้าที่ตามสัญญาหรือไม่ย่อมทำให้เกิดการหักเหทางการเมืองขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
อย่างไรก็ตาม กกต. ชุดปัจจุบัน มีปัญหาการทำหน้าที่มากมายเหลือเกิน นับวันประชาชนยิ่งไม่พอใจและสิ้นความเชื่อมั่น แม้สิ่งที่หวังจะให้มาดูแลการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ประชาชนกลับเสียเวลาในความคาดหวัง
ขณะที่ กกต. ถ่วงเวลาพิจารณาคดีฮั้ว สว.ไว้นานถึง 2 ปีจึงไม่เป็นผลดีกับประเทศชาติ โดยการพิจารณาชี้ขาดจะออกมาอย่างไรควรจัดการให้เรียบร้อยเป็นไปตามเนื้อผ้า ตรงข้อเท็จจริง และไม่ขึ้นอยู่กับสีใดสีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อ กกต.ถ่วงเวลาไว้ สังคมยิ่งเชื่อว่า จะคาบเกี่ยวกับการทำให้คดีขาดอายุความ
"กกต.เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญทำให้บ้านเมืองไปไม่ถึงไหน ถ้า กกต. มีความเข้มงวดและไม่ยินยอมให้คนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเข้าสภา ผมคิดว่าประเทศไทยพร้อมจะเสียเวลาเท่าไรเท่ากัน แต่ท้ายสุดประตูบานแรกของ กกต. ไม่แตกต่างจากการทำหน้าที่ในกรณีโกงข้อสอบส่วนท้องถิ่นเลย"
พร้อมทั้งกล่าวว่า แม้ กกต.ให้คำมั่นว่า ภายใน ส.ค.นี้จะชี้ขาดกรณีการฮั้ว สว. แต่บัดนี้เวลาเลยไปกว่าครึ่งทาง คงเหลืออีกสองสัปดาห์เศษจะสิ้นเดือนสิงหาคม โดยยังไม่เห็นว่า คดีฮั้ว สว.จะดำเนินไปอย่างไร ส่วนสังคมได้แต่เฝ้ารอ ทั้งที่ กกต.มีข้อมูลครบถ้วนกับการพิจารณาชี้ขาดให้เป็นคำตอบกับตัวเอง สังคมและข้อกฎหมาย
ขณะนี้ กกต.บางคนอาจทำหน้ามึนไปได้ แต่ในปลายทางแล้ว ไม่ได้หมายความว่า กกต.จะโชคดีกันทุกคน ถ้าบางคนต้องเข้าคุกจะเป็นปัญหา อย่างไรก็ตาม ถ้า กกต.พิจารณาตามเนื้อผ้าแล้วย่อมไม่เหลือใครสักคนในกระบวนการคัดเลือก สว.
"ดังนั้น ไม่ว่าจะผิดกันแบบไหน กติกาเขียนอย่างไงก็หนีไม่ออกอยู่ดี ที่สำคัญการทำหน้าที่ของ กกต.ที่ดูแลการเลือกตั้งทุกระดับวันนี้ มันทำได้จริงหรือเปล่า สำหรับความเห็นผม กกต.ควรพิจารณาตัวเอง ถ้าด่านนี้ยังผ่านไม่ได้ บ้านเมืองไม่ควรเสียเวลาอีก เพราะวิกฤตศรัทธาจะแรงขึ้นตามลำดับ"
ส่วนการโกงสอบท้องถิ่นนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) สามารถดำเนินการอย่างรวดเร็วได้ โดยการสอบสวนชุดนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ พบการทำผิดกว่า 100 คนนั้น ปปช. ควรนำมาเป็นตัวตั้งการพิจารณา หาก ปปช.ทำหน้าที่ชักช้า หรือเก็บของร้อนไว้ย่อมจะถูกไหม้แผดเผาตัวเองได้ง่ายดาย
อีกทั้งกล่าวว่า ถ้ากระบวนการทำงานของ ปปช.ในการปราบคอร์รัปชั่นเป็นไปอย่างรวดเร็วแล้ว คนย่อมไม่กล้าโกง หรือทุจริต ขณะเดียวกันเมื่อทำหน้าที่ชักช้า บ้านเมืองย่อมเสียหายจำนวนมาก สิ่งสำคัญหลายคดีทุจริตต่อชาติเมื่อทำหน้าที่ล้าช้ายังเอาความผิดไม่ได้เลย ถ้าทฤษฎีการมีองค์กรเหล่านี้ต้องใช้เวลาพิจารณา ไม่รู้จะมีทำไม เพราะมีเหมือนไม่มี
นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือยุบสภา โดยสัมพันธ์กับศาล รธน.นัดไต่สวนพยาน 5 ปากคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งในวันที่ 26 ส.ค. ถ้าไม่มีไต่สวนพยานเพิ่มอีก คงนัดวันพิจารณาคดี ซึ่งผลคดีจะเป็นเส้นแบ่งบางๆ มากระหว่างลับกับไม่ลับในการออกเสียงของประชาชน ดังนั้น ถ้าฝ่ายค้านต้องการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วในสมัยประชุมหน้า ซึ่งจะเปิดประชุมวันที่ 25 ส.ค.นี้ คงต้องรีบยื่นญัตติซักฟอก
ถึงที่สุดแล้ว หากการมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่เป็นความลับของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว การเลือกตั้งปี 2569 ย่อมขัด รธน.และเป็นโมฆะ คงมีการเลือกตั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม ถ้าคาดกันว่า ศาล รธน.จะตัดสินเป็นลบแล้ว อาจมีการยุบสภาก่อนก็ได้
"ถ้าเรื่องอยู่ในศาล รธน.ประเมินกันแล้ว ว่า รอด 100% ไม่มีความจำเป็นใดต้องยุบสภา ส่วนฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็เชื่อว่า (รัฐบาล) คงเอาตัวรอดไปได้ แม้ต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันในสภา ยิ่งเละเทะกันไปหมด”








