"พริษฐ์ วัชรสินธุ" โต้กลับนายกรัฐมนตรี หลังปฏิเสธปมกลั่นแกล้งทางการเมืองต่อพรรคประชาชน ลั่นให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน ย้ำชัดไม่มีอะไรหยุดยั้งการทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ พร้อมกาง "4 แผลใหญ่" ล็อกเป้าตรวจสอบเข้มข้น ทั้งคดีฮั้วเลือก สว., บี้ประธานสภาฯ ส่งศาลฎีกาตั้ง คกก. อิสระสอบ ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี "ศักดิ์สยาม", จี้ มท.1 สอบอธิบดีกรมการปกครอง และตามล้างทุจริตโครงการ TSI Passport
วันที่ 23 มิ.ย.2569 เวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปรากฏการณ์ทางการเมืองและความคลาดเคลื่อนทางกฎหมายที่เกิดขึ้นกับแกนนำพรรคประชาชนในขณะนี้ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง ว่า เรื่องนี้จะเข้าข่ายการกลั่นแกล้งหรือไม่ ขอให้ภาคประชาชนเป็นผู้พิจารณาและตัดสินเอง แต่สิ่งที่ตนยืนยันได้คือ "ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งไม่ให้พวกเราทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้" โดยในปัจจุบัน ฝ่ายค้านกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนการตรวจสอบใน 4 ประเด็นสำคัญที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศและกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง โดย 1.ฝ่ายค้านยังคงติดตามคดีการทุจริตและฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถานะของ สว. เท่านั้น แต่มีเบาะแสว่าอาจจะเชื่อมโยงและส่งผลกระทบไปถึงบุคคลสำคัญหลายคนในรัฐบาล ปัจจุบันต้องจับตาดูว่าเรื่องดังกล่าวจะถูกส่งฟ้องไปถึงชั้นศาลหรือไม่ หรือทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีมติ "ตัดตอน" กระบวนการดังกล่าวเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ 2.การยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกาในการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ เพื่อตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคมและอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบสถิติในอดีต สมัยที่ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภา เคยมีการเข้าชื่อกล่าวหา ป.ป.ช. ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งใช้เวลาพิจารณาและส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาภายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์เท่านั้น ดังนั้น ในกรณีนี้ประธานรัฐสภาคนปัจจุบันก็ไม่ควรใช้เวลานานกว่านั้น ซึ่งหากดำเนินการตามขั้นตอนปกติภายใน 1-2 เดือน กรอบเวลาก็จะทันภายในสมัยประชุมนี้อย่างแน่นอน จึงต้องตั้งคำถามว่าปัจจุบันประธานรัฐสภามีคำตอบที่ชัดเจนแล้วหรือยังว่าจะส่งเรื่องเมื่อใด
"ถ้าอ้างอิงบรรทัดฐานเดิมในอดีต ประธานสภาฯ ใช้เวลาไม่ถึง 6 สัปดาห์ด้วยซ้ำในการตัดสินใจส่งเรื่อง ฉะนั้นครั้งนี้ก็ไม่ควรล่าช้าไปกว่าเดิม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อหน้าประชาชน" นายพริษฐ์ กล่าว
โฆษกพรรคประชาชน กล่าวต่อว่า 3.ฝ่ายค้านขอทวงถามความคืบหน้าไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับอธิบดีกรมการปกครองได้เมื่อใด เนื่องจากที่ผ่านมาเห็นทั้งปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกสื่อชี้แจงบ่อยครั้ง แต่กลับยังไม่มีการให้คำตอบหรือมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องนี้ และประเด็นสุดท้ายคือการตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการ TSI Passport ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่าตกลงแล้วรัฐบาลจะเลือกเดินหน้าโครงการนี้ต่อ หรือจะยอมทบทวนและยกเลิกโครงการตามข้อทักท้วงของฝ่ายค้านที่พบข้อพิรุธส่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ภาคเอกชน ซึ่งทั้ง 4 ประเด็นนี้ พรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเดินหน้าเกาะติดอย่างเข้มงวดในสภาต่อไป








