"หมอสุภัทร" ยื่นหนังสือถึง "ไอซ์ รักชนก" ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ จี้ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างอีเวนต์กระทรวงสาธารณสุข พบพฤติกรรมซอยงบต่ำกว่า 5 แสน เสี่ยงเงินบำรุง รพ. รั่วไหล เผยเฉพาะเพชรบูรณ์สะพัดกว่า 7 ล้าน ทั่วประเทศส่อทะลุพันล้าน
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่อาคารรัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจาก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ "หมอสุภัทร" อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย และผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน และการสื่อสารมวลชน เพื่อขอให้ตรวจสอบการบริหารจัดการงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงสาธารณสุข
นพ.สุภัทร เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งกำลังประสบปัญหาสภาพคล่อง และมีสถานะเงินบำรุงลดลงจนเสี่ยงที่จะไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานดูแลผู้ป่วย แต่กลับพบว่ากระทรวงสาธารณสุขมีการจัดจ้างบริษัทออร์แกไนเซอร์เพื่อจัดกิจกรรมและอีเวนต์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยมีแนวโน้มชัดเจนว่าเป็นการใช้เงินบำรุงของโรงพยาบาลในการจัดจ้างครั้งละไม่เกิน 500,000 บาท เช่น 490,000 บาท หรือ 499,900 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการใช้น้ำงบประมาณอย่างไร้ประสิทธิภาพและอาจเข้าข่ายการทุจริต
"จากการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น เฉพาะพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์จังหวัดเดียว มีการจัดอีเวนต์ในลักษณะนี้ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 7 ล้านบาท ส่วนภาพรวมทั่วประเทศคาดว่าไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท และหากรวบรวมข้อมูลอย่างจริงจัง มูลค่าอาจสูงถึง 1,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการใช้น้ำงบประมาณที่สิ้นเปลืองและไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน จึงนำหลักฐานมามอบให้ กมธ. เพื่อขอให้เรียกเอกสารการจัดจ้างทั้งจากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมในสังกัดอีก 8 กรมมาตรวจสอบโดยเร็ว" นพ.สุภัทร กล่าว
ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธาน กมธ.ติดตามงบประมาณ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ไม่ใช่เรื่องผิดหากประชาชนได้รับประโยชน์ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับยื่นมา โดยเฉพาะกรณีจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีการกระจายงบประมาณลงพื้นที่ในลักษณะที่ไม่ปกติ รวมถึงการตั้งงบจัดจ้างในราคาที่เกือบแตะเพดาน 500,000 บาท เช่น 499,999 บาท อยู่เรื่อยๆ ซึ่งวิญญูชนทั่วไปสามารถมองออกได้ว่าไม่ใช่เรื่องปกติ
น.ส.รักชนก ยังได้กล่าวถึงปัญหาการบริหารงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพิ่มเติมว่า เมื่อวันก่อนมีกลุ่มแพทย์คลินิกนวัตกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เข้าร้องเรียนกรณี สปสช. ปรับลดเงื่อนไขการจ่ายเงินชดเชยค่าบริการจากเดิมที่เคยตกลงไว้เคสละ 320 บาท เหลือเพียง 180 บาท พร้อมจำกัดสิทธิ์เหลือเพียง 2 เคสต่อสัปดาห์ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสถานพยาบาลและผู้สูงอายุที่มาใช้บริการ รวมถึงมีข้อสังเกตเรื่องการส่อทุจริตและการสวมสิทธิ์ผ่านระบบ Telemedicine
"สปสช. เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ต้องได้รับการปฏิรูปและตรวจสอบครั้งใหญ่ เพราะปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งประสบปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายเงิน ทาง กมธ. จะนำเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างอีเวนต์ของกระทรวงสาธารณสุข และปัญหาการบริหารงบประมาณของ สปสช. เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เพื่อตรวจสอบความโปร่งใสและประโยชน์สูงสุดของประชาชนต่อไป" ประธาน กมธ.ติดตามงบประมาณ กล่าว








