(ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน)
ความสูญเสียเป็นเครื่องเตือนใจว่า การ "ล้อมคอก" แม้จะเกิดขึ้นหลัง "วัวหาย"หากการล้อมคอกที่แข็งแรงและครอบคลุม จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยเดิมในอนาคต การเข้มงวดเรื่องอาวุธปืนไม่ใช่การจำกัดสิทธิ์ของประชาชนผู้บริสุทธิ์ คือการคุ้มครองสิทธิในชีวิตและความปลอดภัยของคนในสังคมเป็นสำคัญ
คดีอาชญากรรมซับซ้อน รูปแบบใหม่ และคดีสะเทือนขวัญเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระแสสังคมและแรงกดดันถาโถมเข้าหาสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" (ผบ.ตร.) ซึ่งเป็นยอดภูเขาน้ำแข็งขององค์กรผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จึงกลายเป็นเผือกร้อนที่ท้าทายภาวะผู้นำของ "บิ๊ก ต่าย." อย่างหนักหน่วงที่สุดในรอบปี
สถานการณ์คดีอาชญากรรมที่โหมกระหน่ำ ทั้งกลุ่มทุนสีเทา อาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอลเซ็นเตอร์ ตลอดจนปัญหายาเสพติดและความรุนแรงในสังคม ไม่เพียงแต่นำมาซึ่งความหวาดระแวงของประชาชน แต่ยังสะท้อนถึงช่องโหว่ในการรักษากฎหมายและการปราบปรามที่ถูกตั้งคำถามว่ารวดเร็วและเด็ดขาดพอหรือไม่ เมื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถูกสั่นคลอน ศรัทธาต่อองค์กรตำรวจก็ย่อมดิ่งลงตามไปด้วย.... ด้วยเหตุปัจจัยที่ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวถูกมองว่าเป็นช่วง "ขาลง" ไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกอย่างตัวเลขคดีอาชญากรรมเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังรวมถึงศึกภายในองค์กร คลื่นใต้เดาะของการเมืองในกรมปทุมวัน และข้อครหาเรื่องธรรมภิบาล ความร้าวฉานในระดับผู้บังคับบัญชาที่หลุดรอดออกมาสู่สายตาสาธารณชน ยิ่งซ้ำเติมภาพลักษณ์ให้ตกต่ำลงจนยากจะฟื้นฟู
การดำรงตำแหน่งสูงสุดในองค์กรตำรวจท่ามกลางมรสุมรอบด้าน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการบริหารงานตามระเบียบสารบท หากแต่เป็นการเดิมพันด้วย "ศรัทธาของประชาชน" ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด การฝ่าวิกฤตในช่วงขาลงจึงจำเป็นต้องอาศัยการกวาดบ้านตัวเองอย่างจริงจัง การทำความสะอาดองค์กรไม่ให้เป็นที่ซุกหัวนอนของข้าราชการนอกแถว และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและตรงไปตรงมา... บทเรียนจากมรสุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ว่าหัวหน้าองค์กรจะยิ่งใหญ่มาจากไหน แต่วัดผลสำเร็จในท้ายที่สุดจากความสงบสุขของบ้านเมืองและความมั่นใจของประชาชน หากไร้ซึ่งผลงานการปราบปรามอาชญากรรมที่เด็ดขาดและไร้ซึ่งความโปร่งใส ตำแหน่งอันทรงเกียรติก็อาจกลายเป็นเพียงบันทึกประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยบาดแผลและคำถามที่ไร้คำตอบ








