"พริษฐ์ วัชรสินธุ" ประธานวิปฝ่ายค้าน ยันพรรคประชาชนไม่เกี่ยวข้องกันฮั้ว สว. ชูหลักการ "ปิดชื่อดูพฤติกรรม" จี้ กกต. ส่งศาลฟัน 229 รายชื่อมีมูลผิด พร้อมแย้มเตรียมลุยซักฟอกรัฐบาล "ขบวนการฮั้วและโกง สว." ในสมัยประชุมหน้า
วันที่ 4 ส.ค.2569 เวลา 12.55 น.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขู่เตรียมฟ้องกลับว่า แม้ตนจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวโดยตรง แต่ทราบว่าผู้ที่ถูกพาดพิงได้มีการชี้แจงไปบางส่วนแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของสังคมที่จะพิจารณาข้อเท็จจริงจากคำแถลงของทุกฝ่าย ตนเรียกร้องมาโดยตลอดให้หน่วยงานตรวจสอบยึดมาตรฐานเดียวกัน โดยใช้หลัก "ปิดชื่อ ดูพฤติกรรม" ตามที่นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวไว้ หากพบว่าบุคคลใดมีพฤติกรรมเสี่ยงผิดกฎหมายและมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเร่งตรวจสอบและส่งเรื่องต่อไปยังศาลโดยไม่เลือกปฏิบัติ
เมื่อถามว่าข้อสงสัยเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน กับกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา นายพริษฐ์ ยืนยันชัดเจนว่า พรรคประชาชนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว
"เราคงปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้ว่า อาจจะมีบางคนที่เคยลงสมัคร สว. แล้วเข้ามาสู่กระบวนการเสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส. ของพรรค และผ่านการคัดเลือกมา แต่สิ่งที่ผมยืนยันได้คือ การเป็นบุคคลที่เคยหรือไม่เคยลงสมัคร สว. ไม่ได้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจว่าคนไหนเหมาะสมจะลงสมัคร สส. ในนามพรรคประชาชน" นายพริษฐ์ กล่าวและว่า เป็นหน้าที่ของนักการเมืองหรือบุคคลที่ถูกพาดพิงทุกคนที่จะต้องนำหลักฐานออกมาเปิดเผยและชี้แจงต่อสังคมให้เกิดความชัดเจน เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันในทุกกรณี
นายพริษฐ์ กล่าวถึงสาเหตุที่เรื่องขบวนการเลือก สว. กลับมาเป็นที่สนใจของสังคมในขณะนี้ว่า เนื่องจาก กกต. มีกรอบเวลาพิจารณา 90 วัน หลังจากการพิจารณานัดแรก ซึ่งจะครบกำหนดช่วงต้นเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ เท่ากับเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ในการชี้ขาดว่าจะส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาหรือจะถูกตัดตอน จากการทำงานของ ‘คณะไต่สวนชุดที่ 16’ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สรุปผลสอบออกมาแล้วพบว่า มีบุคคลที่มีมูลความผิดถึง 229 คน จึงเห็นว่า กกต. มีหลักฐานเพียงพอแล้วที่จะส่งเรื่องให้ศาลดำเนินคดี ไม่ควรปล่อยให้กระบวนการหยุดลงแค่นี้
เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายตรงข้ามมองว่าการออกมาเคลื่อนไหวเป็นการพยายาม "ล้มกระดาน สว." นายพริษฐ์ ชี้แจงว่า ไม่ว่า สว. คนใดจะมาจากกลุ่มไหนหรือมีความคิดทางการเมืองอย่างไร หากมีหลักฐานชัดเจนว่ากระทำการทุจริต หรือได้ตำแหน่งมาโดยไม่ชอบ ก็ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อ หากจะมี สว. พ้นจากตำแหน่งเป็นจำนวนมาก นั่นคือข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมายที่ต้องเกิดขึ้นเมื่อมีการทำความผิดจริง
“การทำงานในสภาฯ ช่วงสมัยประชุมถัดไปว่า พรรคฝ่ายค้านจะใช้สิทธิ์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน และสามารถแย้มล่วงหน้าได้ว่า ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ "ขบวนการฮั้วและโกง สว." จะถูกนำไปบรรจุเป็นหนึ่งในประเด็นหลักสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ด้วย”นายพริษฐ์ กล่าว








