"ดร.ณัฐวุฒิ"ชี้ชัดปมสก.พรรคประชาธิปัตย์ จับทุจริต สก.พรรคประชาชน เสียบบัตรแทนกัน 2 ราย เป็นไปตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต พร้อมกางข้อกฎหมายชี้ชะตา หาก ป.ป.ช. ชี้มูล ต้องขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ เท่านั้น
วันที่ 4 ส.ค.2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน กล่าวถึงกรณีในการประชุมสภา กทม. ครั้งที่ 2/2569 ที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) พรรคประชาธิปัตย์ ตรวจพบและจับทุจริตกรณี สก. พรรคประชาชน จำนวน 2 ราย มีการเสียบบัตรแสดงตนแทนกัน โดยที่สก. เจ้าของบัตรไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่กลับมีสัญญาณไฟสีเขียวและมีชื่อปรากฏแสดงตนบนหน้าจอการประชุมนั้นว่า พฤติกรรมเสียบบัตรแทนกันเคยเกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วหลายครั้ง และศาลมีบรรทัดฐานการตัดสินที่ชัดเจน อาทิ ปี 2555 (รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) มีการเสียบบัตรแทนกันเพื่อดันร่าง พ.ร.บ. กู้เงินโครงสร้างพื้นฐาน ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวตกเป็นโมฆะ เนื่องจากองค์ประชุมไม่สมบูรณ์
ยุครัฐธรรมนูญ 2560 ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษา จำคุกโดยไม่รอลงอาญา ส.ส. ภาคใต้ 3 ราย จากพฤติกรรมเสียบบัตรแทนกัน และคดีที่อยู่ระหว่างพิจารณา อดีต ส.ส. อุตรดิตถ์ ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ถูกกล่าวหาในคดีลักษณะเดียวกัน ศาลฎีกาได้นัดฟังคำพิพากษาในเดือนกันยายน 2569 นี้
ดร.ณัฏฐ์ เน้นย้ำว่า ศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐานไว้ชัดเจนว่า “การยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัตรของตนเองไปแสดงตนเพื่อให้อยู่ครบองค์ประชุม ถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” ดังนั้น ข้ออ้างเรื่องการหลงลืมเสียบบัตรคาไว้ จึงฟังไม่ขึ้นในชั้นการพิจารณาของ ป.ป.ช. และศาล
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า สำหรับกรณี สก. พรรคประชาชนที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นข้าราชการการเมืองอื่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง ตาม บทนิยามคำว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (5) ปรากฏชัดแจ้งในบทนิยาม มาตรา 4 แห่ง พรป.ปปช. โดย สก.ไม่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงาน ตาม ปอ.มาตรา 2 (16) การประชุมสภา กทม.ครั้งที่ 2/2569 พบว่า มีการเสียบบัตรแสดงตนแทนกัน โดย สก.พรรคประชาชนไม่ได่อยู่ในทีประชุม พยานหลักฐานมัดตรงบัตรประจำตัวที่ กทม.ออกให้ไปอยู่ในเครื่องเสียบบัตรได้อย่างไร แม่จะอ้างว่าหลงลืมและเสียบคาไว้ โดย สส.ที่เคยถูกศาลฎีกาเชือด ต่างยกขึ้นอ้าง แต่ประเด็นสำคัญ ตัวไม่อยู่แต่แสดงตนเป็นปุ่มเขียวและฉายภาพในจอมามาประชุม แม้จะอ้างเหตุผลต่างๆนานา แม้กล้องถ่ายทอดการประชุม ไม่แพลนไปที่กดบัตร ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ก็ตาม สถิติที่ผ่านมา ปปช.ไม่เชื่อ ส่งศาลฎีกาเชือดลงโทษทุกราย
ส่วนถอดถอนออกจากตำแหน่ง เป็นอำนาจของประชาชนในการเข้าชื่อและลงคะแนนถอนถอนออกจากตำแหน่ง ตาม พรบ.ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู่บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2542 ส่วนการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ตาม รธน.มาตรา 219 , 235(1) วรรคสี่ ไม่นำมาใช้กับสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
ตนขอตั้งคำถามว่า ในขณะหาเสียงเลือกตั้ง สก.และผู้ว่า กทม. พรรคประชาชนออกแคมแคมเปญในการรณรงค์หาเสียง “โปร่งใส ตรวจสอบได้” ภายหลังได้รับเลือกตั้งแล้ว การเสียบบัตรแทนกัน เป็นแคมเปญหนึ่งหรือไม่ พี่น้องประชาชนใน กทม.สงสัยและฝากถามไปยังพรรคประชาชน
ส่วนที่ถามว่า กรณี สก.เสียบบัตรแทนกัน เป็นอำนาจชี้ขาดขององค์กรใด ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า สมาชิกกรุงเทพมหานครหรือ สก. เป็นไปตามระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เป็นข้าราชการการเมือง เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ตามบทนิยาม พรป.ปปช. มาตรา 4 โดยบทกำหนดโทษบัญญัติไว่ใน พรป.ปปช.มาตรา 172 เป็นอำนาจของ ปปช. องค์กรอิสระ ส่วนองค์กรตุลาการที่มีอำนาจ คือ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นไปตาม พรบ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพ.ศ.2559 มิใช่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเลือกตั้ง เพราะมิใช่คดีทุจริตการเลือกตั้งท้องถิ่น








