"เทพไท" เปิด 6 เหตุผลถึง กกต. เร่งยื่นคดีฮั้ว ส.ว.ต่อศาลฎีกา ชี้เป็นทางออกดีที่สุด
เมื่อวันที่ 26 ก.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า แนะ กกต.เร่งฟ้องคดีฮั้วส.ว.ต่อศาลฎีกา
หลังจากนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)ได้ออกมาเคลื่อนไหว และเปิดเผยรายชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วส.ว. จำนวน 9 คน จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า การที่นายยิ่งชีพออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะเช่นนี้ เป็นการเคลื่อนไหวพลีชีพ เพื่อต้องการให้มีการฟ้องร้องดำเนินคดี และในที่สุดก็มีผู้ถูกพาดพิงจำนวนหนึ่ง ได้ตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดี นับตั้งแต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และบุคคลอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง ก็ได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งจะเป็นการสู้คดีกันในศาล และมีการคาดหวังว่า การสู้คดีครั้งนี้ จะมีการขอศาลเพื่อออกหมายเรียกสำนวนการสอบสวนคดีฮั้วส.ว.จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีหลักฐานการสืบสวนการสวทั้งหมด มาเป็นพยานในศาล และอาจทำให้ข้อเท็จจริงทั้งหมด ได้ปรากฏขึ้นต่อศาล
ซึ่งในเรื่องนี้องค์กรที่รับผิดชอบคดีฮั้วส.ว. คือคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่จะต้องมีความเห็นว่า ขบวนการฮั้วส.ว.ที่เกิดขึ้น มีมูลความผิดพอที่จะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา(แผนกเลือกตั้ง)ได้หรือไม่
ส่วนตัวในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ สนับสนุนให้กกต.นำเรื่องการฮั้วส.ว.ขึ้นสู่ศาลฎีกา (แผนกเลือกตั้ง) เพื่อพิจารณาความผิดในเรื่องนี้ ด้วยเหตุผล คือ
1.เพื่อให้เป็นไปตามกระแสความเรียกร้องของสังคม ซึ่งการเคลื่อนไหวจากหลายภาส่วน จากองค์กรต่างๆและภาคประชาสังคม ที่เรียกร้องมายังกกต.ให้นำสำนวนทั้งหมดขึ้นสู่ศาลฎีกา(แผนกเลือกตั้ง)
2.ถ้าหากกกต.นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา(แผนกเลือกตั้ง) ทำให้กกต.ไม่ต้องแบกภาระความรับผิดชอบ หรือกระแสกดดัน จากฝ่ายต่างๆเพียงองค์กรเดียว อย่างน้อยก็เป็นการโยนเผือกร้อนที่สังคมจับตามอง ให้ไปอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกา(แผนกเลือกตั้ง)
3.เพื่อเคลียร์ข้อสงสัย หรือแสดงความบริสุทธิ์ใจของกกต.ที่ถูกข้อครหาว่ากกต.ชุดนี้เสียงส่วนใหญ่ มาจากการโหวตเลือกจากส.ว.สายสีน้ำเงิน จึงทำให้มีความเกรงใจ หรือตอบแทนบุญคุณ หรือต่างตอบแทน จึงทำให้ไม่กล้าจะดำเนินคดีฮั้วส.ว. ซึ่งมีผลกระทบต่อส.ว.สีน้ำเงิน
4.ถ้าหากกกต.นำเรื่องนี้ไปสู่ศาลฎีกา(แผนกเลือกตั้ง) จะทำให้กกต.ชุดนี้ ไม่ต้องสุ่มเสี่ยงจะถูกฟ้องดำเนินคดีตามมาตรา 157 ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งจะเป็นภาระในบั้นปลายของกกต. ซึ่งอาจจะต้องถูกดำเนินคดี มีโทษจำคุกเหมือนกับอดีตกกต. ชุดที่ผ่านๆมาก็ได้
5.เป็นการสร้างบรรทัดฐานให้เกิดขึ้นในสังคมว่า เมื่อขบวนการทุจริตการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งส.ส. หรือการเลือกตั้งส.ว. ต้องให้ศาลฎีกา ซึ่งเป็นองค์กลางในการตัดสิน ซึ่งเป็นการสร้างบรรทัดฐานในสังคม จากคำวินิจฉัยของศาลฎีกา
6.คำพิพากษาศาลฎีกา(แผนกเลือกตั้ง) เกี่ยวกับคดีฮั้วส.ว. จะเป็นข้อยุติและจะเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วนในสังคม จะไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า กกต.ใครช่วยใคร หรือใครมีความลำเอียงในคดีนี้อย่างไร เพราะทุกฝ่ายต้องเคารพคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่แล้ว
ดังนั้นจึงแนะนำไปยังคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต. ให้ตัดสินใจในทันทีว่า คดีฮั้วส.ว.ที่ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนของกกต.ชุดใหญ่ในขณะนี้ ควรจะหาข้อสรุป และนำเรื่องทั้งหมด ยื่นต่อศาลฎีกา(แผนกเลือกตั้ง) เพื่อให้มีคำพิพากษาในคดีนี้โดยเร็วที่สุด
#เทพไท #เทพไทเสนพงศ์ #ฮั้วสว #คดีฮั้วสว #สว #กกต #ศาลฎีกา #ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง #DSI #iLaw #ยิ่งชีพอัชฌานนท์ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #เลือกตั้ง #สมาชิกวุฒิสภา #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ข่าวล่าสุด #วิเคราะห์การเมือง #การเมือง2569 #ข่าวการเมืองไทย #ประเด็นร้อน #กระบวนการยุติธรรม #ศาลฎีกาเลือกตั้ง #ข่าวออนไลน์ #SEOข่าว #อัปเดตการเมือง








