วันที่ 22 ก.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ ออดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมขอ้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า...
เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการตรวจสอบ
ผมได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงเหตุการลงทะเบียนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเป้าหมายต้องการจะกลั่นกรองผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ในการถือบัตรสวัสดิการแห่งงรัฐ เพราะไม่มีการอัปเดตข้อมูลมาเป็นระยะเวลา4-5ปีแล้ว โดยผลการดำเนินการทำให้สามารถนำกลุ่มผู้ที่ตกสำรวจและเดือดร้อนจริง เข้าสู่ระบบได้เพิ่มกว่า 2.3 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้ตกค้างจากการลงทะเบียนเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเป็นการกลั่นกรองการถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งก่อนหน้ามีวิธีการคัดกรองที่ไม่เข้มข้นหรือรอบคอบเท่าที่ควร
ผมเห็นด้วยกับแนวทางของกระทรวงการคลัง ที่ต้องการปรับปรุงหลักเกณฑ์ การเข้าสู่โครงการสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหม่ เพื่อต้องการให้เป็นบรรทัดฐานและเป็นข้อมูลที่ชัดเจน เกี่ยวกับคนจนผู้ยากไร้ ที่มีสิทธิ์ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้จริง ไม่ต้องการให้มีผู้แอบอ้างว่าเป็นคนจน หรือจนไม่จริง หรือประเภทอยากจน แต่ฐานะพอกินพอใช้ มาใช้สิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
การที่กระทรวงการคลัง ออกหลักเกณฑ์การคัดกรองที่เข้มข้นเช่นนี้ เป็นเรื่องดี เป็นมาตรฐานในการคัดกรองให้ผู้ที่ยากจนอย่างแท้จริง ได้เข้ารับการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเป็นผู้มีสิทธิ์ถือบัตรสวัสดิการแห่งงรัฐ แต่ปัญหาที่พบอยู่ในขณะนี้ คือวิธีการตรวจสอบของภาครัฐ ที่มีความลักลั่น และเป็นการตรวจสอบผ่านข้อมูลหรือเอกสารทางราชการ ไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ว่า ประชาชนผู้ยากจนเหล่านั้น มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร
รัฐบาลควรจะบูรณาการ3กระทรวง คือกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ใช้กลไกภาครัฐทั้งหมด เข้าไปตรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง ถึงสถานะความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมาให้กับกระทรวงการคลังได้ตรวจสอบ และไม่ควรโยนภาระการพิสูจน์สิทธิ์การได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับประชาชนผู้ยากไร้หรือคนจน ซึ่งมีข้อจำกัดในการเดินทางไปพิสูจน์ตัวตน หรือไปติดต่อหน่วยงานราชการ
ผมเห็นด้วยกับวิธีการของรัฐบาล ที่จัดตั้งศูนย์บริการแก้ไขปัญหาคัดกรองคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งงรัฐ ในลักษณะวันสต็อปเซอร์วิส (One Stop Service) ในขณะเดียวกันการวางหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง และการคัดกรองตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถือบัตรสวัสดิการการแห่งรัฐในครั้งนี้ จะเป็นบรรทัดฐาน หรือจุดเริ่มต้นที่ให้ประชาชนได้รับรู้ไว้ว่า ประชาชนจะรับสิทธิ์ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ควรอัปเดตข้อมูล เช่นการมีสิทธิ์ในทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือการให้ยืมชื่อไปทำนิติกรรมใดๆ ประชาชนเหล่านั้นไม่ควรจะให้ใครไปใช้ชื่อในการมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินใดๆ เพราะอาจจะทำให้ขาดสิทธิ์ในการเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
จึงเห็นว่าการที่กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ และคัดกรองผู้ที่ยากไร้ และมีสิทธิ์ในการรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเข้มข้นในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดี จะได้เป็นข้อมูลพื้นฐานว่า ประเทศไทยมีประชาชนคนจนกี่คน ที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแล และช่วยเหลือในด้านอาชีพ และพัฒนาความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจให้ประชาชนเหล่านั้น หลุดพ้นจากการเป็นคนยากคนจนด้วย ไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรม ให้เขาถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนไปตลอดชีวิต
รัฐบาลควรจะทำให้เขาหลุดพ้นจากบัญชีผู้ถือบัตรสวัสดิการการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จของรัฐบาลอย่างแท้จริง
#เทพไทเสนพงศ์ #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #บัตรคนจน #กระทรวงการคลัง #คนจน #สวัสดิการรัฐ #ข่าวการเมือง #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








