"ศุภชัย ใจสมุทร" ฝ่ายกฎหมายภูมิใจไทย ฉุนขาด สมาคม สตป. ยื่น กมธ. สอบทุจริตสอบท้องถิ่นเกือบ 5 พันล้าน แถมโยงกล่าวหา "อนุทิน" นำเงินใช้เลือกตั้ง ชี้เป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ ลั่นดำเนินคดีแน่ เตือนกรรมาธิการบางชุดอย่าใช้อำนาจตามใจชอบเพื่อเล่นงานรัฐบาล จนทำระบบสภาเสียหาย
วันที่ 22 ก.ค. 2569 เวลา 12.50 น. ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวตอบโต้กรณีสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบอำนาจรัฐ ภาคประชาชน (สตป.) นำโดย นายพิชัย พิทักษ์ เลขาธิการสมาคมฯ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เพื่อขอให้ตรวจสอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า สมาคมดังกล่าว ซึ่งตนพยายามค้นหาข้อมูลทั้งทาง Search Engine และ AI แต่ไม่พบรายละเอียดว่าประกอบกิจการอะไร ได้ยื่นเรื่องขอให้สอบสวนปมมหากาพย์ทุจริตการสอบท้องถิ่นมูลค่าเกือบ 5,000 ล้านบาท โดยกล่าวหาว่านายอนุทินมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อนำเงินไปใช้ในการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
"เรื่องนี้เป็นการกล่าวเท็จและใส่ร้ายป้ายสีอย่างชัดเจน นายพิชัย ผู้ลงนามยื่นเรื่อง มักจะเดินทางมายื่นเรื่องบ่อยครั้ง การมาอ้างว่าทำเพื่อชาติแล้วกล่าวหาผู้อื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ผมจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำงานเพื่อชาติแล้วก็อย่าลืมกลับไปดูแลครอบครัวด้วย อย่าขยันจนเกินไป" นายศุภชัยกล่าว
ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ว่า ไม่ควรใช้ช่องทางที่มีคนมายื่นเรื่อง แล้วรีบบรรจุวาระเพื่อเรียกข้าราชการระดับสูง ทั้งอธิบดี ปลัดกระทรวง หรือรองปลัดกระทรวง มาสอบสวนเพียงเพื่อหวังผลทางการเมือง
"อย่าเพลิดเพลินกับการใช้อำนาจประธานกรรมาธิการจนทำให้ระบบรัฐสภาเสียหาย กรรมาธิการไม่ใช่ของพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นการทำงานร่วมกันของทุกพรรค จึงควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน และทำหน้าที่อย่างมีวุฒิภาวะ ไม่ใช่ใช้กรรมาธิการเป็นช่องทางในการเล่นงานรัฐบาล" นายศุภชัย ย้ำ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปะทะคารมภายในห้องประชุมกรรมาธิการ นายศุภชัย กล่าวว่า ตนเพียงแต่ขออนุญาตประธานกรรมาธิการเพื่อสอบถามผู้ยื่นเรื่องว่ายืนยันข้อเท็จจริงตามเอกสารหรือไม่ แต่ประธานไม่อนุญาต
"เมื่อประธานไม่ให้ถาม และบอกว่าถ้าผมดื้อจะเชิญออกจากห้อง ผมจึงบอกว่ายังไม่ต้องเชิญ เดี๋ยวผมไปจิบกาแฟเอง เพราะผมมีภารกิจต้องไปเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการอีกชุด ยืนยันว่าไม่ได้มีวิวาทะรุนแรง การทำงานในสภาก็ยังทักทายกิริยาสนุกสนานกันตามปกติ ส่วนคนที่ชอบยื่นเรื่องใส่ร้าย ก็ต้องพร้อมรับผลทางกฎหมาย เหมือนลงสนามสงครามก็ต้องยอมรับว่าอาจจะโดนสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บได้" นายศุภชัย กล่าว








