วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล สุขุมวิท 20 ในการจัดงานฟอรั่มผู้นำฝ่ายค้านภายใต้หัวข้อ "เกิด แก่ เจ็บ โกง" ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะ โดยในช่วงท้ายของการจัดงานได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้สอบถามประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้นเมื่อมีหญิงวัยกลางคนท่านหนึ่งลุกขึ้นตั้งคำถามต่อหน้าหัวหน้าพรรคประชาชนถึงความเสียใจต่อผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงทิ้งคะแนนของโหวตเตอร์ในวันที่พรรคประชาชนแพ้เลือกตั้ง พร้อมระบุว่าพรรคต้องอยู่กับความเป็นจริงที่ว่ากำลังเผชิญหน้ากับโจร ในขณะที่พรรคเอาแต่พูดเรื่องเกี่ยวกับกิโยตินกฎหมาย ทั้งที่โจรไม่มีทางจะสร้างกฎหมายมาปราบโจรด้วยกันเอง
โดยหญิงคนดังกล่าวได้กล่าวระบายความรู้สึกว่า "เมื่อสักครู่นี้ อาจารย์พูดดีมากเลย พี่อยากรวมประชาชนไปนั่งต่อ กกต. ว่าคุณทำอย่างนี้กับประชาชนได้อย่างไร พี่เจ็บปวดกับการคอร์รัปชันและคนที่สนับสนุนพรรคประชาชนต้องการพื้นที่ที่จะแสดงออกว่าเขาเสียใจขนาดไหนกับประเทศ เสียใจขนาดไหนกับพรรคที่เขารักแล้วทิ้งคะแนนของเขา ให้โจรเอาอำนาจนั้นไป แล้วคุณพูดในสิ่งที่คนไม่มีอำนาจพูด แล้วยังไง พี่เป็นตัวแทนคนไทยคนหนึ่งเลยนะ ที่มาถามว่าทำไมคุณไม่เป็นแกนนำในการรวมประชาชน ลงมือทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่ไม่ใช่รออยู่บนเวที” ซึ่งคำถามดังกล่าวทำให้นายณัฐพงษ์กล่าวตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือ โดยยอมรับว่าตนแคร์ความรู้สึกนั้นเป็นอย่างมาก และไม่ว่าจะไปเวทีใดก็มักจะมีผู้มาแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้เสมอ
จากนั้นหัวหน้าพรรคประชาชนได้ชี้แจงถึงประเด็นที่พรรคตัดสินใจโหวตให้กับพรรคภูมิใจไทยในช่วงการทำบันทึกความเข้าใจ (MOA) โดยระบุว่าในขณะนั้นพรรคมีข้อจำกัดเนื่องจากไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่จะสามารถเข้าร่วมรัฐบาลได้ พร้อมทั้งอธิบายเปรียบเทียบว่า
“ถ้าเราบอกว่าประเทศนี้กำลังจะถูกนำโดยนายกรัฐมนตรีหรือผู้นำประเทศที่เรารู้สึกว่าคนที่เป็นกัปตันเรือ ที่เป็นคนที่เราอาจจะรู้สึกว่าเขาเป็นโจรหรือเขาไม่ได้มีความโปร่งใส คำถามคือข้อจำกัด ณ ตอนนั้น ที่พรรคประชาชนไม่ได้มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เราต้องการโหวตเพื่อปลดล็อกกติกาบางอย่าง เพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศ ถ้าตอนนั้นเองเราเข้าไปร่วมรัฐบาล หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นโจร เราไม่สามารถเป็นกัปตันได้ ถ้าเราไปนั่งเรือโจร ประเทศไทยจะไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ หรือเราสามารถทำหน้าที่ฝ่ายค้านเสียงข้างมาก นั่งอยู่ในเรืออีกลำหนึ่ง แล้วทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเสียงข้างน้อย ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มันไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่เราเชื่อคือประเทศนี้จะเปลี่ยนได้ มีความหวังได้ กัปตันเรือเป็นคนที่สำคัญที่สุด ต้องเป็นคนที่มีเจตจำนง เขาสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง แต่ ณ ตอนนั้นเป็นข้อจำกัดจริงๆ เราไม่ได้ตัดสินใจง่าย”
นายณัฐพงษ์ยังกล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนว่า การจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ตัวพรรคเองต้องมีอำนาจในการควบคุมกำกับดูแล ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้หลายคนมองย้อนกลับไปว่าพรรคเป็นผู้ส่งกุญแจอำนาจให้คนอื่น โดยยอมรับว่าไม่มีใครรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้จริง และสิ่งที่เกิดขึ้นอาจทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกตกค้างในใจ ซึ่งตนเองก็รู้สึกเจ็บปวดเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ตนยังเชื่อมั่นว่าตราบใดที่ยังคงมีความหวังและมีประชาชนออกมาแสดงตัวตนเช่นนี้ ประเทศจะสามารถเติบโตขึ้นได้เรื่อย ๆ “อย่างน้อยพรรคประชาชนอาจเคยทำให้หลายคนมีตะกอนในใจ ผมก็เจ็บปวดเช่นเดียวกัน แต่ผมเชื่อว่าตราบใดที่เรายังคงมีความหวัง มีคนมาแสดงตัวแบบนี้ ประเทศเราจะโตขึ้นเรื่อยๆ” ทั้งนี้ หลังจากนายณัฐพงษ์ชี้แจงเสร็จสิ้น นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน ซึ่งทำหน้าที่เป็นพิธีกรในงาน ได้รีบกล่าวตัดบทเพื่อขอจบการถามตอบคำถามลงทันที








