"ศิริกัญญา ตันสกุล" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดหน้าชนรัฐบาล ปมดรามาตัดสิทธิ์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ชี้ตั้งใจลดงบประมาณเหลือ 42,000 ล้านบาท บีบเกณฑ์คัดกรองสุดเข้มงวด หวังลดผู้ได้สิทธิ์เหลือ 9-10 ล้านคน ทำคนเดือดร้อนจริงตกหล่นระนาว ซ้ำเติมด้วยระบบอุทธรณ์ล่ม สายด่วนขนส่งฯ สายไหม้ประชาชนติดต่อไม่ได้
วันที่ 17 ก.ค. 2569 เวลา 14.15 น.ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดรามาเกี่ยวกับการประกาศผลและคัดกรองคุณสมบัติผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) รอบใหม่ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากถูกตัดสิทธิ์และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังวางแผนเอาไว้ตั้งต้น โดยตั้งเป้าหมายที่จะลดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ในปีนี้ให้เหลือเพียง 9–10 ล้านคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนจากตัวเลขงบประมาณที่ถูกปรับลดลงมาเหลือเพียง 42,000 ล้านบาท จากเดิมที่เคยจัดสรรงบประมาณอยู่กว่า 50,000 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับเกณฑ์การคัดกรองให้เข้มงวดและแข็งตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อบีบยอดผู้ได้รับสิทธิ์ให้ลดลงตามงบประมาณที่มีจำกัด
"การใช้ตาข่ายคัดกรองที่ถี่และเข้มงวดจนเกินไป เพื่อให้ตอบโจทย์เรื่องงบประมาณ กำลังกลายเป็นการกรองเอาคนที่เดือดร้อนจริงๆ ออกไปด้วยหรือไม่" น.ส.ศิริกัญญา ตั้งคำถาม
รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวต่อว่า จากการประกาศผลลงทะเบียนรอบล่าสุด พบว่ามีประชาชนที่ยากจนและเดือดร้อนจริงต้องตกหล่นจากระบบเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเกณฑ์พิจารณาที่ขาดความยืดหยุ่น เช่น เกณฑ์การถือครองที่ดิน บางรายมีชื่อถือครองที่ดินเกิน 10 ไร่ แต่ในความเป็นจริงเป็นที่ดินแห้งแล้งรกร้างที่ไม่สามารถนำมาทำมาหากินหรือสร้างรายได้ได้เลย ซึ่งเมื่อดูจากรายได้จริงต่อปีก็พบว่ามีเพียงไม่กี่หมื่นบาท แต่กลับต้องถูกตัดสิทธิ์เพราะติดเงื่อนไขเรื่องขนาดที่ดิน เกณฑ์วงเงินหนี้สิน ผู้ประกอบการรายย่อย (Micro Entrepreneurs) บางส่วนที่จำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินเกิน 100,000 บาทเพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน แต่อาจจะยังทำรายได้ไม่พอจ่ายหนี้ด้วยซ้ำ กลับต้องหลุดจากเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปอย่างน่าเสียดาย
“นอกจากนี้ ยังพบปัญหาระบบฐานข้อมูลของรัฐที่ไม่ถูกต้องและไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ประชาชนบางรายเพิ่งทราบว่าตนเองมีชื่อเป็นเจ้าของรถยนต์เนื่องจากถูกสวมสิทธิ์ หรือกรณีของรถจักรยานยนต์ที่เกณฑ์กำหนดให้มีได้ไม่เกิน 1 คัน แต่กลับหลุดสิทธิ์เพราะลูกหลานเอาชื่อไปใส่เพื่อซื้อรถมาใช้ในครอบครัว”น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่ บรรยากาศในวันประกาศผลเกิดความสับสนอลหม่านขึ้นทั่วประเทศ ประชาชนแห่เดินทางไปที่ธนาคารเพื่อทำเรื่องอุทธรณ์กันจนเนืองแน่น ขณะที่คำแนะนำบนเว็บไซต์ที่ระบุว่า หากข้อมูลจากหน่วยงานใดผิดพลาดให้ติดต่อไปยังหน่วยงานนั้นโดยตรง ก็ไม่สามารถทำได้จริง โดยเฉพาะกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลการถือครองยานพาหนะ ประสบปัญหาสายด่วนไหม้ ประชาชนไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้เลย ปัญหานี้สะท้อนให้เห็นว่า กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านกลไกและระบบรองรับการอุทธรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีการประสานงานกับหน่วยงานภาคีล่วงหน้าเพื่อรองรับประชาชนที่จะเข้ามาติดต่อในวันประกาศผล
“เข้าใจที่รัฐบาลพยายามจะแก้ไขความผิดพลาดในอดีตเพื่อไม่ให้มีคนไม่จนจริงเข้ามาสวมสิทธิ์ ประกอบกับปัญหาข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่หากรัฐบาลตั้งใจจะหาคนจนให้เจอจริงๆ ก็ไม่ควรปล่อยให้คนเดือดร้อนต้องหลุดลอยไปเพราะเกณฑ์ที่แข็งทื่อและระบบอุทธรณ์ที่ไม่พร้อมเช่นนี้ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาโดยด่วน”น.ส.ศิริกัญญา กล่าว








