คลังดีเดย์! ประกาศผล ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 69’ หกโมงเช้า 17 ก.ค. นี้ เผยคนผ่านสิทธิ์ลดวูบเหลือ 9.5 ล้านราย เหตุเกณฑ์คัดกรองเข้ม สแกนลึกข้อมูลภาษี-บัญชีทรัพย์สิน
กระทรวงการคลังเตรียมเปิดระบบประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569" พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมว่า จากจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านราย มีผู้ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติเพียง 9.51 ล้านรายเท่านั้น ขณะที่มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์สูงถึง 9.31 ล้านราย ซึ่งตัวเลขผู้ได้รับสิทธิ์ในรอบนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีผู้ได้รับสิทธิ์สูงถึง 13.8 ล้านราย
สาเหตุสำคัญที่ยอดผู้ผ่านสิทธิ์ลดลง เนื่องจากรัฐบาลมีการยกระดับเกณฑ์คัดกรองที่มีความแม่นยำและเข้มงวดมากขึ้น โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูล Big Data ทั้งระบบภาษี บัญชีเงินฝาก ตลอดจนบัญชีหลักทรัพย์และการเป็นกรรมการบริษัท ทำให้ตรวจพบกลุ่มผู้ที่มีรายได้หรือทรัพย์สินเกินเกณฑ์จริง แม้ว่าในการพิจารณารอบนี้ ครม. จะมีมติผ่อนปรนโดยไม่นำเกณฑ์ค่าลดหย่อนบิดามารดาและวงเงินสินเชื่อเกษตรกรมาคิดคำนวณแล้วก็ตาม
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไว้ สามารถตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองได้ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่
1. เว็บไซต์ทางการของโครงการฯ (mof.go.th)
2. แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
3. แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"
4. หน่วยงานรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่ง
เปิดไทม์ไลน์การใช้สิทธิ์และการอุทธรณ์:
• ผู้ผ่านสิทธิ์รายเดิม: เริ่มใช้สิทธิ์รอบใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
• ผู้ผ่านสิทธิ์รายใหม่: ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เรียบร้อย โดยจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
• ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์: สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิ์ (อุทธรณ์) ได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 17–31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะประกาศผลรอบอุทธรณ์ในวันที่ 21 กันยายนนี้
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเยียวยากลุ่มผู้ถือบัตรรายเดิมที่อาจหลุดโผจากเกณฑ์ใหม่ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. เคาะโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" จำนวน 6 ล้านสิทธิ์ เพื่อรองรับและให้ความช่วยเหลือกลุ่มดังกล่าวเพิ่มเติม รวมถึงเตรียมโปรโมตมาตรการ "ไทยเที่ยวไทย พลัส" มอบส่วนลดค่าที่พักและตั๋วเครื่องบิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจและตลาดทุนไทยยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะวิกฤตความตึงเครียดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์โลก รวมถึงจับตาถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสของ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ และการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในช่วงค่ำวันเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของทิศทางดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนในระยะนี้
#บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #บัตรคนจน #กระทรวงการคลัง #เช็กสิทธิ์บัตรสวัสดิการ #เศรษฐกิจไทย #มาตรการรัฐ #ข่าวเศรษฐกิจ








