“เลขาธิการสภาฯ จับมือ “ที่ปรึกษาประธานสภาฯ” แถลงสวนกลับ “ภัณฑิล” พรรคประชาชน ยันคำขอตั้งงบประมาณค่าเช่ารถประจำตำแหน่งประธานสภาฯ-รองประธานฯ-ผู้นำฝ่ายค้าน ปี 2570 เป็นไปตามระเบียบราชการหลังคันเดิมใช้งานครบ 6 ปี เผย "โสภณ ซารัมย์" สละสิทธิ์ไม่ใช้รถหลวง-ไม่เบิกค่าน้ำมัน ช่วยประหยัดงบแผ่นดิน ด้าน "วิชัย" ฉะคนวิจารณ์สิ้นคิด ควรคิดก่อนพูด
วันที่ 17 ก.ค.2569 เวลา 11.50 น. นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวตอบโต้ นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กรณีตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเหมาะสมของคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในส่วนค่าเช่ารถประจำตำแหน่งของประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่าเป็นงบประมาณปีละประมาณ 1 ล้านบาท โดยนายศิโรจน์ กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ ขอชี้แจงข้อเท็จจริง 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน ดังนี้ 1. รถยนต์ประจำตำแหน่งเดิมครบอายุการใช้งาน 6 ปีตามระเบียบ ซึ่งรถประจำตำแหน่งของประธานสภาผู้แทนราษฎรคันปัจจุบัน ได้มาโดยการจัดซื้อตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2561 ส่วนรถประจำตำแหน่งของรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 ท่าน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้มาโดยการจัดซื้อตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2564 ซึ่งรถทั้ง 4 คันดังกล่าว จัดซื้อมาตั้งแต่สมัยที่ นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ และใช้ต่อเนื่องมาถึงสมัยของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จนกระทั่งในรัฐสภาชุดปัจจุบันที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร รถทั้ง 4 คันกำลังจะครบอายุการใช้งาน 6 ปี ในวันที่ 5 ม.ค. 2570 และวันที่ 16 เม.ย. 2570 ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 ข้อ 11 วรรคสี่ ที่กำหนดให้รถประจำตำแหน่งที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 ปี สามารถจัดหารถคันใหม่ทดแทนคันเดิมได้ตามปกติ
นายศิโรจน์ กล่าวต่อวา 2. ปรับเกณฑ์จาก "ซื้อขาด" เป็น "จัดเช่า" ผูกพันงบประมาณ 5 ปี ทางสำนักงานฯ ได้เปลี่ยนวิธีการจัดหารถคันใหม่จากการจัดซื้อเป็นการจัดเช่า เพื่อลดภาระการดูแลรักษาและการซ่อมบำรุงในระยะยาว ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่หน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่เลือกใช้ในปัจจุบัน สำหรับงบประมาณค่าเช่ารถประจำตำแหน่งของประธานสภาฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 5,421,600 บาท นั้น ไม่ใช่ยอดเงินต่อปี แต่เป็นยอดผูกพันงบประมาณรวมระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2570-2575) ตามกรอบหนังสือด่วนที่สุดของกระทรวงการคลัง ที่ กค 0406.4/ว 66 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2550 โดยคำนวณจากอัตราค่าเช่ารถยนต์ประจำตำแหน่งไม่เกิน 90,360 บาทต่อเดือน (รวม 5 ปี เป็นเงิน 5,421,600 บาท) ซึ่งเป็นอัตราที่เหมาะสมและเท่ากับค่าเช่ารถของผู้นำฝ่ายค้านฯ 3. นายโสภณ สละสิทธิ์ใช้รถหลวง ช่วยประหยัดงบแผ่นดิน
เลขาธิการสภาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่วันที่ นายโสภณ เข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ ได้แจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานฯ ทันทีว่า จะขอใช้รถยนต์ส่วนตัวในการปฏิบัติภารกิจทั้งหมด และไม่ประสงค์จะใช้รถประจำตำแหน่งที่สภาฯ จัดให้ เพื่อช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ทั้งค่าน้ำมันและค่าซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตามในส่วนของรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 ท่าน และผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้แจ้งความประสงค์ขอใช้รถประจำตำแหน่งตามสิทธิ์ สำนักงานฯ จึงต้องตั้งงบประมาณจัดหารถยนต์ทดแทนให้ครบตามจำนวนตำแหน่ง เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
ด้าน พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า อยากฝากถึงผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ก่อนจะพูดอะไรควรศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่พูดอย่างสิ้นคิด เพราะในความเป็นจริง นายโสภณยังไม่เคยใช้รถหลวงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยเบิกค่าน้ำมันหลวง ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณของแผ่นดินอย่างมาก ดังนั้นควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าใครเป็นผู้ใช้รถบ้างก่อนที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อสังคม








