วันที่ 17 ก.ค. 2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์หลังนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรแถลงผลงาน 122 วัน พร้อมพาดพิงว่าฝ่ายค้านชอบยั่วยุและกล่าวหาว่าประธานไม่เป็นกลาง ว่า เรื่องของการทำผลงานในฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น การใช้อำนาจหน้าที่ของประธานสภาในการส่งเรื่องที่สมาชิกได้เข้าชื่อเพื่อตรวจสอบองค์กรอิสระก็น่าจะเป็นหนึ่งในผลงานของประธานสภาโดยตรง ก็อยากให้นายโสภณได้ใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองในส่วนนี้อย่างเต็มที่
" ส่วนผลงานด้านอื่น ๆ คงไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรมาก และการที่สภาไม่ล่มความจริงแล้วก็เป็นการทำงานร่วมกันของทุกพรรคในสภาฯ ถ้าตนหรือเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนได้ทำหน้าที่ประธานสภาก็คงไม่เอาตรงนี้มาเคลมเป็นผลงานของตัวเอง " นายณัฐพงษ์กล่าว
ส่วนที่หลายคนมองว่าประธานสภาทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์องคาพยพพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ไม่มาตอบกระทู้หรือมาชี้แจงในกรรมาธิการ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็เป็นหนึ่งในผลงานที่นายโสภณได้แถลงที่พยายามเคลมว่า มีรัฐมนตรีมาตอบกระทู้เป็นอันดับมากที่สุดเมื่อเทียบกับสภาชุดก่อน ๆ ตนคิดว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่มาตอบมากหรือน้อยแต่อยู่ที่ตัวคนมาตอบ อย่างกรณีกระทู้ถามสดก็จะเห็นบรรยากาศในสมัยการประชุมที่ผ่านมา เราจะเห็นคนที่เป็นเจ้าของประเด็นหรือตัวรัฐมนตรีมาตอบด้วยตัวเองค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่มอบหมายมา ซึ่งใจความสำคัญของกระทู้ถามสด คือสมาชิกไม่ได้บอกประเด็นหรือให้การบ้านล่วงหน้า ควรจะเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร สิ่งที่เราเห็นแทบจะไม่มี กลายเป็นว่าฝ่ายค้านต้องบอกการบ้านก่อนล่วงหน้า แจ้งเวลาก่อนล่วงหน้ารัฐบาลถึงจะยอมเข้ามาตอบ
" เรื่องนี้ผมก็มองในอีกมุมนึงว่าอาจไม่ได้เป็นการทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติที่ดีเพียงพอ " นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่านายโสภณ มีข้อเสนอให้แก้ข้อบังคับการประชุมว่าไม่ให้รัฐมนตรีที่มาตอบเลื่อนตอบกระทู้มองอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องการปรับปรุงข้อบังคับเพื่อให้ฝ่ายบริหารมีความรับผิดชอบต่อสภามากยิ่งขึ้นก็เห็นควรด้วยไม่ได้เห็นแย้งอะไร ซึ่งมีอีกหนึ่งเรื่อง ที่ตอนนี้ท่าทีของรัฐบาลก็พร้อมออกมาสนับสนุนให้ถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการสามัญ ตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสถาบันพระปกเกล้า ประธานสภาเองก็เป็นประธาน
ซึ่งสถาบันพระปกเกล้าเคยมีผลวิจัยทางวิชาการยืนยันชัด เทียบสภาประเทศไทยกับต่างประเทศว่าสภาในต่างประเทศมีความโปร่งใสมากกว่าเพราะข้อบังคับโดยพื้นฐานคือสามารถให้ถ่ายทอดสดได้ และอำนาจเรียกของกรรมาธิการในต่างประเทศ ศักดิ์สิทธิ์และมีมากกว่านี้ซึ่งตนเคยเสนอนายโสภณ ว่ามีงานวิจัยอยู่แล้วสามารถนำผลงานวิชาการมาตั้งเรื่อง ในกรรมาธิการกิจการสภาเพื่อให้ศึกษาแก้ไขข้อบังคับได้เลย ตนในฐานะฝ่ายค้านถ้าจะเสนออาจมีภาพบริบททางการเมือง ที่อาจไม่ได้ความร่วมมือจาก สส.ฝ่ายรัฐบาลแต่ถ้านายโสภณเป็นคนริเริ่มเองเชื่อว่าจะผลักดันได้ผ่าน ก็ปลูกไปกับเรื่องข้อบังคับถ้าจะแก้ไขเรื่องนี้ก็อยากให้มีการเสนอเรื่องนี้เพื่อทำให้สภามีความโปร่งใสและให้ฝ่ายบริหารมีความรับผิดชอบต่อสภามากยิ่งขึ้น








