"โสภณ ซารัมย์" แถลงผลงาน 122 วัน พลิกโฉมสภาชุดที่ 27 ปลื้มผ่านร่างกฎหมาย 14 ฉบับ มากสุดในรอบทศวรรษ โวคุมบรรยากาศดีจนไม่มีประวัติต้นเหตุสภาล่ม วอน สส. พึงสังวร ทุกมติในห้องประชุมผูกพันชีวิตประชาชน พร้อมเผยเร่งรัดผู้รับเหมาซ่อมแซมอาคารรัฐสภาที่ชำรุดหลังหมดสัญญารับประกัน
วันที่ 16 ก.ค. 2569 เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎรในรอบ 122 วัน (1 สมัยประชุม) โดยระบุว่า งานนิติบัญญัติภายใต้การกำกับดูแลของตนและรองประธานสภาฯ ทั้งสองท่าน สามารถเป็นที่พึ่งในการแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยในสมัยประชุมที่ผ่านมาสามารถผลักดันร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบได้ถึง 14 ฉบับ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบ 10 ปี ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าสภาไม่มีผลงานนั้น มองว่าเป็นเรื่องของความอคติ สำหรับสถิติการตอบกระทู้ถามของรัฐมนตรี พบว่าในสมัยที่ผ่านมามีกระทู้ถามสดด้วยวาจา 36 กระทู้ และมีรัฐมนตรีเดินทางมาตอบถึง 33 กระทู้ ถือเป็นสถิติที่มากที่สุด ซึ่งตนใช้วิธีขอความร่วมมือโดยไม่ได้ใช้อำนาจบังคับ ส่วนกรณีที่บางกระทู้รัฐมนตรีไม่ได้มาตอบเอง แต่ได้มอบหมายให้บุคคลอื่นมาตอบแทนนั้น ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ตามข้อบังคับการประชุม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความรับผิดชอบต่อความเดือดร้อนของประชาชน
นายโสภณ กล่าวต่อว่า ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ยุคของตน ถือเป็นยุคที่ "สภาไม่ล่ม" ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ความสามารถของตนเพียงคนเดียว แต่เกิดจากพัฒนาการของสมาชิกสภาฯ ทุกคน รวมถึงประธานในที่ประชุมที่ช่วยกันรักษาบรรยากาศการประชุมให้เดินหน้าไปได้ หากไม่มีการควบคุมบรรยากาศที่ดี ก็อาจเกิดเหตุการณ์ขอนับองค์ประชุมหรือเดินประท้วงวอล์กเอาต์เหมือนสภายุคก่อนๆ ส่วนกรณีที่มีข้อทักท้วงเรื่องการไม่อนุญาตให้เปิดวิดีโอหรือฉายภาพระหวังการอภิปรายนั้น ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบหรือเซนเซอร์มีมาทุกยุคทุกสมัย โดยมีคณะกรรมการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้ไปกระทบสิทธิ์ของบุคคลอื่น
นายโสภณ ยังได้ชี้แจงกรณีที่มีผู้วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเสริมสร้างระเบียบวินัยในองค์กร เช่น การเคารพธงชาติ การเต้นแอโรบิก หรือกิจกรรมสวดมนต์ปฏิบัติธรรม รวมถึงโครงการแก้ปัญหายาเสพติด โดยระบุว่า กิจกรรมเหล่านี้เป็นแนวทางพัฒนาบุคลากรให้ตรงปก
"หากแค่การยืนเคารพธงชาติเพียง 1 นาทียังทำไม่ได้ ก็ไม่เชื่อว่าจะรักชาติจริง ส่วนโครงการยาเสพติด แม้ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของประธานสภาฯ แต่ตนก็ใช้เวลานอกราชการลงพื้นที่ ไม่ได้ใช้เวลาของสภาฯ เพราะมองว่าสภาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน" นายโสภณ กล่าว
ประธานสภาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนพยายามปลูกฝังประชาธิปไตยไปสู่เยาวชน โดยใช้เงินส่วนตัวจัดประกวดคลิป "สภาในดวงใจของฉัน" ซึ่งสิ่งสำคัญที่อยากให้ สส. พึงสังวรไว้คือ "ทุกการตัดสินใจและการลงมติในห้องประชุมสภาฯ มีผลผูกพันต่อชีวิตของประชาชน" จึงขอความร่วมมือให้ทุกคนใช้เวลาของสภาฯ ให้คุ้มค่าที่สุด ส่วนมาตรการประหยัดพลังงานของสภาฯ ในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา สามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ถึง 4 ล้านบาท
นายโสภณ กล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมายในอนาคต อยากเห็นฝ่ายนิติบัญญัติร่วมกันลงแรงแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อประเทศ และเร่งบรรจุกฎหมายที่ส่งเสริมการลงทุนโดยเร็ว เพื่อให้สัปปายะสภาสถานแห่งนี้เป็นหน้าเป็นตา เป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยว และแหล่งศึกษาดูงานด้านประชาธิปไตยของประเทศ
เมื่อถามถึงกรณีสัญญาประกันการก่อสร้างอาคารรัฐสภาที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังพบจุดชำรุดเสียหายหลายจุดที่ยังไม่ได้แก้ไข นายโสภณ ชี้แจงว่า ตนได้มีนโยบายสั่งการและแจ้งให้บริษัทผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนตั้งแต่เมื่อ 2 เดือนก่อนแล้ว ซึ่งเป็นการเร่งรัดตามกระบวนการ ส่วนรายละเอียดในทางปฏิบัติ ตนไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงหรือแทรกแซงได้ ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด








