วันที่ 23 ก.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า...
"สุจริตจริง หรือแค่ละครการเมือง? 10 ข้อสังเกตทางกฎหมาย ปม iLaw ให้เงินพยาน สว. พร้อมจับโป๊ะใบแต่งทนายอานนท์"
ข้อสังเกตทางกฎหมายกรณี "iLaw" กับข้อเสนอค่าตอบแทนพยาน และข้อพิจารณาต่อเอกสารใบแต่งทนายความ
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเสนอการให้เงินตอบแทนแก่พยานเพื่อนำข้อมูลมาเปิดเผยเรื่อง สว. รวมถึงการอ้างเรื่อง "การฟ้องปิดปาก (SLAPP)" และการเปิดเผยภาพใบแต่งทนายความนั้น หากพิจารณาในมิติทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีข้อสังเกตที่สำคัญดังนี้ครับ
10 ข้อสังเกตทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
ประเด็นเรื่องความสุจริต ในการออกมากล่าวหา นายกฯอนุทินและแกนนำพรรคภูมิใจไทย ฮั้ว ส.ว.
1.หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏ ว่ามีการเสนอเงินตอบแทน ย่อมเกิดข้อโต้แย้งได้ว่ามีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจกระทบต่อหลักความสุจริต
2.ข้อพิจารณาตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 226 วางหลักไว้ว่า พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมีคำมั่นสัญญาหรือเงินตอบแทน อาจเข้าข่ายเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยมิชอบ ซึ่งศาลอาจไม่รับฟัง
3.การฟ้องปกป้องสิทธิ: การที่ผู้เสียหายใช้สิทธิทางศาลเพื่อปกป้องเกียรติยศ ถือเป็นสิทธิตามกฎหมาย ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก (SLAPP) เสมอไป
4.มาตรฐานการเผยแพร่ข้อมูล: การนำเสนอข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ชั้นศาล อาจไม่เข้าเงื่อนไขการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
5.กระบวนการตามระบบ โดยความจริงแล้วรัฐมีกลไกคุ้มครองพยานและเงินรางวัลนำจับผ่านหน่วยงานที่มีอำนาจ (เช่น กกต. หรือ ป.ป.ช.) การดำเนินการนอกระบบจึงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทำไมไม่ไปใช้สิทธิทางนี้ แต่เลือกมาพูดออกสื่อ
6.น้ำหนักพยานบุคคล การที่พยานที่ได้รับประโยชน์ตอบแทนอาจถูกมองว่าเป็น "พยานที่มีส่วนได้เสีย" ซึ่งศาลจะรับฟังด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง
7.ขอบเขตการใช้เสรีภาพ ตามหลักการใช้เสรีภาพในการตรวจสอบต้องไม่ละเมิดสิทธิและชื่อเสียงของบุคคลอื่น
8.หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การชี้นำสังคมก่อนมีคำตัดสินของศาล อาจขัดต่อหลักการพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรม และ ขัดหลักรัฐธรรมนูญ และ ละเมิดสิทธิมนุษยชน
9.ข้อโต้แย้งเรื่องวาทกรรม โดยมีการอ้างว่าถูกฟ้องปิดปาก อาจเป็นประเด็นที่ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สร้างกระแสความเห็นใจมากกว่าการสู้ด้วยข้อเท็จจริง
10.การพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล หากกระทำโดยสุจริต นั้นมีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 มีบทให้ความคุ้มครองอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย
ป.ล. ผมขอตั้งข้อสังเกตกรณีเอกสารใบแต่งทนายความที่ปรากฏอยู่ตามสื่อทั่วไปว่า
จกรณีเอกสารใบแต่งทนายความนั้นขัดทั้ง ป.วิ.แพ่ง และ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฯ
1.เอกสารไร้ผลทางกฎหมาย: ไม่มีการระบุชื่อศาล, หมายเลขคดีดำ/แดง, วันที่ และชื่อโจทก์ จึงไม่มีผลบังคับตามกฎหมายจริงในคดีใดๆ
2.การเขียนเงื่อนไขทางการเมือง: ข้อความที่ระบุให้ทนายคัดค้าน "ระบอบสีน้ำเงิน" ไม่ใช่กระบวนพิจารณาตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 62 ศาลไม่สามารถรับรองเงื่อนไขทางการเมืองเช่นนี้ได้
3.ผิดขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 (มาตรา 72-74):
ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และ ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการตรวจสอบจดหมาย/เอกสาร พ.ศ. 2562 ระบุชัดเจนว่า เอกสารหรือหนังสือใดๆ ที่ผู้ต้องขังทำขึ้นหรือส่งออกนอกเรือนจำ ต้องผ่านการตรวจ คัดกรอง และประทับตรา/ลงนามรับรองโดยเจ้าพนักงานเรือนจำอย่างถูกต้อง หากเอกสารที่นำมาโชว์ไม่มีลายเซ็นหรือการรับรองจากผู้คุมตามกฎหมาย ย่อมเกิดข้อสงสัยทันทีว่านำออกมาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
4.ความเสี่ยงตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14: การนำภาพเอกสารที่ไม่สมบูรณ์ในทางคดี และอาจขัดต่อระเบียบการทำเอกสารในเรือนจำมาเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ามีผลใช้สู้คดีได้จริง อาจเข้าข่าย การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
ประเด็นทั้งหมดนี้เป็นข้อสังเกตทางกฎหมาย เพื่อให้การตรวจสอบในสังคมดำเนินไปตามหลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริงครับ
#สามารถ #iLaw #ฮั้วสว #สว #อานนท์ #การเมือง #ข่าวการเมือง #กฎหมาย #กระบวนการยุติธรรม #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








