วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เข้ายื่นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ให้สถานเอกอัครราชทูตจีน เพื่อขอให้สามารถจัดการเรื่องดังกล่าวได้ตรงจุด และหยุดปัญหาน้ำเป็นพิษ จากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านร่วมกัน
นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำกับทางเอกอัครราชทูตจีน ถึงความสำคัญของประเด็นนี้ เนื่องจากผู้ที่ได้รับผลกระทบคือ ประชาชนทุกเชื้อชาติ จึงต้องเร่งจัดการปัญหาร่วมกันจากทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง และการแก้ปัญหานี้รอไม่ได้ ซึ่งหนังสือมีเนื้อหาที่ระบุชัดเจนว่า ต้นตอของสารพิษที่เราเจอกันมากว่า 1 ปี ไม่ได้มาจากสารโลหะหนักในธรรมชาติของไทย หรือกิจกรรมใดๆ ในไทยเลย
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งการตรวจน้ำและตะกอนดินของกรมควบคุมมลพิษ และงานวิจัยของ นายธนพล เพ็ญรัตน์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของสารพิษกับทางจีน รวมถึงสภาพความรุนแรงของปัญหานี้ที่ปัจจุบันกระทบกับทั้งแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน
นายภัทรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ความเสี่ยงในแม่น้ำกระบุรี ที่เราพบค่าสารพิษในแม่น้ำมากกว่ามาตรฐานทั้งสารหนูและตะกั่ว และยังลามไปถึงอาหารที่เรากิน การตรวจพืชผักที่ทำให้อาหารเราปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินมาตรฐาน และเนื้อปลาที่ตอนนี้ก็มีการตรวจพบปลาจากแม่น้ำโขงที่มีสารตะกั่วเกินเกณฑ์ปลอดภัยแล้วเช่นกัน
นายภัทรพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อมูลเรื่องต้นตอของสารพิษว่า ได้แนบพิกัดอย่างละเอียดของเหมือง 2,676 จุด จาก Stimson Center เพื่อให้ทางจีนสามารถตรวจสอบว่ามีภาคส่วนใดของจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหมืองแห่งไหนบ้าง เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายของจีนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย Rare Earth Management กฎหมาย Outbound Investment และกฎหมาย Export Control
“ฉะนั้น จึงขอให้ทางการจีน ตรวจสอบและตอบกลับเป็นหนังสือ เพื่อนำมาสื่อสารต่อกับประชาชนในประเทศไทย ให้รับรู้ถึงความใส่ใจต่อปัญหานี้ของทางการจีน ในฐานะประเทศผู้ก่อตั้งความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง ที่มีกรอบด้านสิ่งแวดล้อมเฉพาะ” นายภัทรพงษ์ กล่าว
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า เป้าหมายของเราครั้งนี้ไม่ใช่การชี้ตัวว่าใครคือผู้กระทำผิด แต่เป็นการดึงประเทศในซัพพายเชนของแร่เข้ามาร่วมตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหมืองร่วมจัดการซัพพายเชนของแร่ และจัดการปัญหานี้ที่ต้นตอ
โดยเรายังมีข้อเสนอการบำบัดมลพิษที่เหมือง ที่มีต้นทุนต่ำจากงานวิจัยที่เราแนบไปด้วย อธิบายสั้นๆ แบบนี้ว่า ในกรณีเหมืองที่ถูกกฎหมาย ค่าบำบัดที่เหมืองสามารถทำได้ในต้นทุน 5-20 บาทต่อลูกบาศก์เมตร แต่หากปล่อยไว้แล้วค่อยฟื้นฟู แพงกว่าร้อยถึงพันเท่าแน่นอน และอาจจะฟื้นฟูไม่ได้เลยอีกด้วย
“เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ได้ให้คำมั่นถึงการส่งเอกสารทั้งหมดตรงไปยังรัฐบาลจีน ผมและพรรคประชาชนจะติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิดต่อไป จนกว่าแม่น้ำประเทศเรา จะกลับมาสะอาด และทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนที่อยู่ริมน้ำ กลับมาปลอดภัยเหมือนในอดีต” นายภัทรพงษ์ กล่าว








