ศึกใน กสทช. ยังไม่จบ! 3 กรรมการฯ แจง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เหตุไม่ร่วมประชุมกับ ‘นพ.สรณ’ หลังคณะกรรมการสรรหามีมติพ้นตำแหน่ง หวั่นสร้างความเสียหายย้อนหลัง ขณะที่ฝ่ายกฎหมายสำนักงาน กสทช. โต้ต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนก่อน ตัดสิทธิ์เข้าร่วมไม่ได้ ด้าน ‘ลิซ่า ภคมน’ ยัน กมธ. ทำตามกฎหมาย จ้อสื่อในฐานะประชาชน ไม่ใช่ลูกน้องใคร
วันที่ 13 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โดยมี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานฯ ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงกรณีคณะกรรมการสรรหามีมติเอกฉันท์ให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.
น.ส.ภคมน เปิดเผยว่า แม้คณะกรรมการสรรหาจะมีมติว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ แต่ นพ.สรณ ยังพยายามเข้าร่วมการประชุมบอร์ด กสทช. ส่งผลให้การประชุมหลายครั้งไม่สามารถดำเนินไปได้ จนเกิดความกังวลในสภาองค์กรของผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะสุญญากาศของ กสทช. แม้นายกรัฐมนตรีจะระบุว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถอดถอนแล้วก็ตาม
พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ชี้แจงว่า ตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ (6 คน) สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ยืนยันว่าพร้อมทำงานร่วมกับกรรมการคนอื่น แต่ไม่สามารถร่วมประชุมกับ นพ.สรณ ได้ เนื่องจากมติของคณะกรรมการสรรหามีผลให้พ้นจากตำแหน่งทันที โดยกฎหมายไม่ได้ระบุว่าต้องรอพระบรมราชโองการฯ หากปล่อยให้เข้าร่วมประชุมและมีการอนุมัติเรื่องต่างๆ อาจเกิดความเสียหายร้ายแรงตามมา
ขณะที่ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นด้านจิตสำนึก เมื่อรับทราบว่าคุณสมบัติอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ควรร้องขอหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว เช่นเดียวกับบรรทัดฐานที่อดีตกรรมการ กสทช. เคยปฏิบัติในอดีต หากปล่อยให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แล้วมีคำสั่งพ้นตำแหน่งย้อนหลัง จะเกิดความเสียหายต่อสาธารณะ เอกชน และประชาชนผู้ใช้บริการซิมโทรศัพท์กว่า 100 ล้านเบอร์ รวมถึงผู้ชมโทรทัศน์ทั่วประเทศโดยที่ไม่สามารถชดเชยได้
ด้าน น.ส.อรดา เทพยายน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการแทนรองเลขาธิการ กสทช. และ น.ส.พรพิมล อุ่นไพร ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายเทคโนโลยีและพลังงาน ร่วมชี้แจงว่า เหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ เป็นไปตามมาตรา 20(5) วรรคสอง ซึ่งระบุว่าต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พ้นจากตำแหน่ง สำนักงานฯ จึงมองว่าต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ก่อน อีกทั้งยังมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะใหญ่และคำพิพากษาศาลฎีกายืนยัน
น.ส.อรดา ระบุอีกว่า สำนักงานฯ จำเป็นต้องจัดประชุมและเชิญกรรมการทั้ง 7 คนตามข้อบังคับ ไม่สามารถตัดสิทธิ์คนใดคนหนึ่งได้ เรื่องนี้เป็นเพียงความเห็นของคณะกรรมการสรรหาฯ ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด จึงอยากให้บันทึกความเห็นนี้ไว้
น.ส.ภคมน ตอบโต้ว่า กมธ. พิจารณาเรื่องนี้มาแล้ว 4 ครั้งตามอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องรวมถึง นพ.สรณ และ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. มาชี้แจงหลายครั้งแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ พร้อมยืนยันว่าการแสดงความเห็นต่อสื่อมวลชนทำในฐานะประชาชน ไม่จำเป็นต้องปรึกษาสำนักงาน กสทช. เพราะไม่ได้เป็นลูกน้องใคร
ด้าน นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน กล่าวทิ้งท้ายว่า หากสำนักงาน กสทช. ยังดึงดันจัดประชุมโดยมี นพ.สรณ เข้าร่วม จนเกิดความเสียหายจากการอนุมัติโดยผู้ไม่มีอำนาจหน้าที่ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมดก็คือ รักษาการเลขาธิการ กสทช.








