"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นำทีม 21 สส. ประชาธิปัตย์ ล็อกเป้าซักฟอกสมัยหน้า แฉพิรุธ "บัญชีนวัตกรรม" โยงเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้าน หวั่นใช้วิธีพิเศษจัดซื้อโซลาร์เซลล์ราคาแพงเกินจริง เอื้อประโยชน์บริษัทหน้าเดิม ชี้รัฐบาลกู้เงินมาแจก 4 เดือนหมด แต่แก้ไม่ถูกจุด
วันที่ 13 ก.ค.69 เวลา 09.30 น. ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคฝ่ายค้านในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วงใจรัฐบาลในสมัยประชุมหน้า ว่า เป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่จะต้องมีการปรึกษาหารือร่วมกันในหมู่พรรคฝ่ายค้าน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ปัจจุบันเริ่มมีข้อสังเกตและข้อกังขาเกิดขึ้นในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง รวมถึงประเด็นใหม่ ๆ ที่น่าจับตามอง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด คือเรื่องของ "บัญชีนวัตกรรม" ที่มีความพยายามจะนำหลายโครงการเข้ามาบรรจุในบัญชีนี้ เพื่อให้ไปเกี่ยวพันกับเงินกู้จำนวน 200,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลอ้างว่าจะนำมาใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแบบจำเพาะเจาะจง (วิธีพิเศษ) โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) จนกลายเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริง
"จากการตรวจสอบข้อมูลบนแพลตฟอร์มของรัฐ แม้คนนอกจะไม่ได้เห็นชื่อบริษัทอย่างชัดเจน แต่ภาพรวมระบุชัดว่าในหลายโครงการ มีบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยรายมาก มีเพียง 2-3 บริษัทหน้าเดิม ๆ เท่านั้น ซึ่งสะท้อนว่าการแข่งขันถูกจำกัดเกินไป จนทำให้รัฐและประชาชนต้องเสียประโยชน์ และกลายเป็นช่องทางที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันได้" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งประกาศยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ 200,000 ล้านบาทก่อนหน้านี้นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในการยกเลิก แต่โครงการดังกล่าวเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักมาก่อนหน้านี้แล้ว และนี่เป็นอีกหนึ่งข้อบ่งชี้ว่า ในขณะที่รัฐบาลเร่งรีบอ้างความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อขอกู้เงินก้อนนี้ แต่ในทางปฏิบัติกลับยังไม่มีความชัดเจนและไม่มีแผนรองรับที่รัดกุมว่า จะนำเงินไปทำอะไรบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
เมื่อถามถึงการประเมินผลการทำงานของพรรคฝ่ายค้านในช่วงสมัยประชุมที่ผ่านมา และทิศทางการขับเคลื่อนต่อจากนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้กำชับให้ทีมงานทุกคนรักษามาตรฐานและความเข้มแข็งในการตรวจสอบให้ไม่แพ้สมัยที่ผ่านมา แม้พรรคประชาธิปัตย์จะมีกำลังพล สส. เพียง 21 คน แต่ทุกคนทำงานหนักเต็มกำลัง โดยจะมุ่งเน้นเรื่องการตรวจสอบความโปร่งใส ควบคู่ไปกับการเสนอทางออกที่จับต้องได้ให้กับประเทศ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า ทุกนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์วิพากษ์วิจารณ์ จะมีข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรมเสมอ เช่น เรื่องพลังงาน หากรัฐบาลยอมปรับปรุงโครงสร้างเพื่อลดต้นทุนราคาพลังงานตามแนวทางที่พรรคเสนอ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปกู้เงินจำนวนมหาศาลมาแจกจ่าย ซึ่งสุดท้ายเงินก็หมดไปภายในเวลาเพียง 4 เดือน เช่นเดียวกับ โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ที่พรรคประชาธิปัตย์มีข้อเสนอชัดเจนว่า เม็ดเงินลงทุนในจำนวนที่เท่ากันนั้น สามารถนำมาจัดสรรเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างกว้างขวางและยั่งยืนกว่า ซึ่งทางพรรคจะยังคงเดินหน้าเน้นย้ำสิ่งเหล่านี้ พร้อมกับเปิดแผลในประเด็นใหม่ ๆ ที่รัฐบาลยังตอบคำถามสังคมไม่ได้ต่อไป
#อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #เงินกู้พลังงาน #พลังงานไทย #ล็อกสเปก #ผูกขาด #บัญชีนวัตกรรม #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








