วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.15 น. ณ โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พรแถลงภาพรวมภายหลังการจัดสัมมนาอย่างเป็นทางการภายใต้หัวข้อ "ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน" ว่า ในช่วงเช้าทางพรรคได้เชิญตัวแทนภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่มาร่วมสะท้อนปัญหาอุทกภัยและแนวทางการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ โดยย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นความขัดแย้งทางการเมือง แม้ว่านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) บางส่วนจะลงพื้นที่และอนุมัติงบกลางไปแล้ว 99.5 ล้านบาท รวมถึงเตรียมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาคลอง ร.1 เข้าสู่ ครม. แต่ทางพรรคกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอต่อขนาดของปัญหาที่แท้จริง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากการสัมมนาในครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้รวบรวมข้อเสนอเป็น 4 หมวดสำคัญเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ ประกอบด้วย:การฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ: ขอให้รัฐบาลเร่งรัดกระบวนการอุทธรณ์เงินเยียวยาของประชาชนที่ยังตกค้าง รวมถึงเร่งช่วยเหลือภาคธุรกิจในเรื่องสินเชื่อ เนื่องจากมาตรการปลอดดอกเบี้ย (ระยะเวลา 6 เดือน) และการปลอดเงินต้นกำลังจะหมดอายุลงในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและขีดความสามารถของธุรกิจในพื้นที่อย่างรุนแรง1.การป้องกันภัยเร่งด่วนและการสื่อสาร ท้องถิ่นยังขาดงบประมาณในการขุดลอกคูคลองและจัดหาอุปกรณ์ที่เสียหาย คาดว่าต้องใช้วงเงินเพิ่มเติมราว 200–300 ล้านบาท นอกจากนี้ยังขาดการบูรณาการแผนอพยพและจุดพักพิง จึงเสนอให้ทางจังหวัดเข้ามาเป็นเจ้าภาพหลักในการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน 2.โครงสร้างพื้นฐานระยะยาว รัฐบาลจำเป็นต้องมีแผนงานที่ชัดเจนในการยกระดับถนน ทางรถไฟ การปรับปรุงแก้มลิง อ่างเก็บน้ำ รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำของทะเลสาบสงขลา 3.การวางผังเมืองรองรับอนาคต เสนอให้พัฒนาพื้นที่สูงเพื่อเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ เช่น ศูนย์ Wellness อาหาร และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พร้อมทั้งบังคับใช้ "ผังน้ำ" และ "ผังเมือง" อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เมืองสามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ภาคประชาชนยังได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาตัวเมืองที่มีศักยภาพใหม่ ๆ โดยเฉพาะการดึง "พื้นที่สูง" มาพัฒนาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ธุรกิจ Wellness (ส่งเสริมสุขภาพ), อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการบังคับใช้ผังน้ำและผังเมืองอย่างเคร่งครัดและเท่าเทียม เพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามอย่างแท้จริง ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์จะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปขับเคลื่อนและติดตามผลต่อไป
"ขอย้ำว่าเรื่องนี้ไม่มีนัยยะทางการเมือง แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำเพื่อให้ประชาชนเกิดความสบายใจ และมั่นใจว่าวิกฤตอุทกภัยที่เคยเผชิญจะไม่เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนกรณีสโลแกน "ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน" นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นที่พึ่งและความหวังในการสร้างอนาคตให้แก่ภาคใต้ แต่ทุกภาคส่วนจะต้องหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อขับเคลื่อนไปด้วยกัน ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีกำหนดการที่จะเดินทางไปจัดการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป








