วันที่ 4 ก.ค.69 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน - สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่า...
แถลงข่าว ไม่ได้แปลว่าเอาจริง
พบข้าราชการเกี่ยวข้อง 5 คน ไม่ได้แปลว่ามีแค่ 5
รู้ว่าใครแก้ไฟล์ข้อมูล ไม่ได้แปลว่าพบผู้ทำผิดแล้ว
การแถลงข่าวของนายกอนุทิน เกี่ยวกับการทุจริตสอบท้องถิ่น แม้เป็นสัญญาณว่า ฝ่ายการเมืองให้ความสนใจในเรื่องนี้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะให้ประชาชนเชื่อได้ว่า จะเอาจริงเอาจริงเอาจังหรือเล่นละครสร้างภาพให้ดูดีเท่านั้น
การบอกว่ามีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเกี่ยวข้อง 5 ราย ยิ่งดูลิเก เพราะคดีที่มีการเรียกเงินคนมากกว่า 3,000 คน หัวละ
300,000-800,000 บาท มีเครือข่ายการเรียกรับทั่วประเทศ สามารถเข้าถึง server เพื่อเข้าไปแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบย้อนหลังนั้น คนเกี่ยวข้องตั้งแต่นายหน้าเรียกรับ คนปฏิบัติ ไปจนถึงคนบริหารและ ผู้มีอำนาจเบื้องหลังรวมแล้วต้องหลักร้อยหรือหลักพัน ไม่ใช้ตัดจบแค่ถ่านไฟฉายตราแพะ 5 ตัว
การพบว่า มีการแก้ไขข้อมูลผลประกาศโดยความร่วมมือของข้าราชการและคนของ มศว. ไม่ใช่พบตัวผู้กระทำความผิดแล้ว เพราะคนเหล่านี้เป็นแค่กลไกปฏิบัติต้องสาวต่อว่าใครคือผู้ได้รับประโยชน์และเป็นผู้บงการสูงสุด
หากพบว่า 3,000 คน ทุจริตจ่ายเงิน ต้องให้ ปปง. สอบเส้นเงินต่อ ใครคือนายหน้ารับเงินในแต่ละพื้นที่ รับแล้วส่งต่อใคร จากแต่ละจังหวัดรวมมาที่ไหน แล้วส่งส่วยขึ้นมาถึงใครเป็นคนสุดท้าย เสร็จแล้วเบิกเป็นเงินสด ส่งต่อใคร ต้องเค้นต่อเพื่อซัดทอดให้ได้ แต่หากลูกน้องยอมติดคุกแทนเจ้านาย ก็ยินดีกับเจ้านายที่มีลูกน้องแสนภักดี
เรื่องใหญ่ระดับนี้ มันเป็นการวางแผนปล้นระดับโลกแบบ อาร์เซ็น ลูแปงแล้ว ไม่ใช่แค่ระดับเด็ก ๆ แบบโกงสอบในฉลาดแกมโกง แน่นอน








