วันที่ 22 มิ.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท-คุยการเมือง ระบุว่า เตือนรัฐบาล ถอย AI Passport ดีกว่ามั้ย?
ถ้าพูดถึงความรู้สึก และความเชื่อมั่นของคนไทย ต่อรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ต้องยอมรับความจริงว่า รัฐบาลอนุทิน2เข้ามาบริหารประเทศได้เพียง3เดือน แต่ประชาชนมีความรู้สึกว่า เป็นระยะเวลานานเหมือนกับบริหารประเทศมาแล้ว3ปี เห็นว่ารัฐบาลมีปัญหามารุมเร้า และมีปัญหาที่รัฐบาลชุดนี้ต้องแก้ไขจำนวนมาก และยังไม่เห็นผลงานในด้านบวกของรัฐบาลชุดนี้เลย มีแต่ความรู้สึกด้านลบต่อรัฐบาลทั้งสิ้น และยิ่งปัญหาเฉพาะหน้าในตอนนี้ คือปัญหา TH-AI Passport ซึ่งมีกระแสคัดค้านต่อต้าน และตรวจสอบอย่างเข้มข้นมาก และถ้าดูท่าทีของนายกรัฐมนตรี และแกนนำฝ่ายรัฐบาลหลายคน ออกมาดันให้โครงการAIพาสปอร์ตเดินหน้าต่อไป โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านเลย
ในฐานะเป็นนักการเมืองวิเคราะห์การเมืองอิสระ ได้เสนอเรื่องนี้หลายครั้งว่า อยากให้รัฐบาลทบทวนหรือชะลอโครงการ ถอยหลังไปตั้งหลักใหม่ ถ้ายังฝืนเดินหน้าต่อไป อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และอนาคตอนาคตทางการเมืองของนายไชยชนก ชิดชอบ ที่พรรคภูมิใจไทยหมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในอนาคต ถ้ารัฐบาลชะลอ ถอยมาตั้งหลักใหม่ กลับมาทบทวนไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็ฟังเสียงประชาชนมาแล้ว ได้ทบทวนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่มีการต่อต้านเงื่อนไขการนำชื่อพ่อแม่มาหักภาษีของลูก จะถูกตัดสิทธิ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลก็ถอยมาแล้วได้ทบทวนมาแล้ว นโยบายกัญชาเสรี ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่ต้น วันนี้รัฐบาลก็ถอย ถ้ารัฐบาลไม่รู้จักรุก ไม่รู้จักรับตามสถานการณ์ทางการเมือง ถ้ายังเดินหน้าต่อไป รัฐบาลกำลังมีปัญหาต้องเผชิญอีกหลายเรื่องมาก เช่น
1.กฎหมายพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่พรรคฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความว่า การกู้เงินออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง
2.คดีบัตรเลือกตั้ง ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการพิมพ์คิวอาร์โค้ตหรือบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลโดยตรง แต่มีผลกระทบต่อรัฐบาล ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็ต้องกลับไปเลือกตั้งใหม่
3.เรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ แม้ว่านายอนุทินจะแต่งตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้แล้วก็ตาม แต่นายอนุทินได้แสดงจุดยืนในเวทีการประชุมอาเซียนฟิวเจอร์ ที่กรุงฮานอยว่า จะผลักดันเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งรัฐบาลจะต้องเผชิญกับม็อบของประชาชน ที่นัดชุมนุมในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ เพื่อต่อต้านโครงการแลนด์บริดจ์ และโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้หรือSEC
4.ความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหาพลังงาน ราคาน้ำมัน รวมไปถึงการจับไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันยังไม่ได้ ซึ่งประชาชนตั้งคำถาม และรอคำตอบว่ารัฐบาลจะจับไอ้โม่งที่กับตุนน้ำมันในช่วงน้ำมันขาดแคลนได้หรือไม่
5.คดีฮั้วส.ว. บล็อคโหวตส.ว.เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เรื่องการเป่าคดี ต้องการจะล้มคดี เพราะคดีฮั้วส.ว.มีการเชื่อมโยงไปยังแกนนำพรรคภูมิใจไทย และรายชื่อของรัฐมนตรีบางคนในรัฐชุดนี้ ถ้ามีความผิดและข้อมูลสาวไปถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทย ก็มีสิทธิ์ถูกยุบพรรคได้
6.คดีที่ดินเขากระโดง เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจในประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่ไม่สามารถบังคับคดีได้ จนทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ต้องเดินหน้าไล่บี้และเอาผิดให้ได้ ทวงคืนที่ดินการรถไฟกลับคืนมาเป็นของรัฐ
7.เรื่องการปราบปรามมาเฟียในจังหวัดภูเก็ต รวมไปถึงชาวต่างชาติที่มายึดครองสร้างอิทธิพลในสถานที่ท่องเที่ยว เช่น อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี การโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ก็เป็นประเด็นเรื่องการปราบปรามมาเฟีย ผู้มีอิทธิพลว่า กระทบต่อแกนนำรัฐบาล หรือเป็นเรื่องภายในของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่
เพราะฉนั้นทั้งหมดนี้ นับว่าเป็นปัญหามากมายที่รุมเร้ารัฐบาลชุดนี้ จึงอยากจะให้รัฐบาลได้ชะลอ ทบทวนโครงการ AIพาสปอร์ตเสียก่อน ก่อนที่ทุกปัญหาจะมารุมเร้าจนรัฐบาลรับมือไม่ไหว และมีอันเป็นไปทางการเมืองได้








