วันที่ 17 มิ.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท-คุยการเมือง ระบุว่า ยุคการเมืองอัปยศที่สุด
ช่วงนี้เกิดวิวาทะกัน ระหว่างพรรคฝ่ายรัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน กรณีการพูดถึงเรื่องส.ส.ฝากเลี้ยงในฝ่ายค้าน ซึ่งคุณลิซ่า น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.พรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดประเด็นถึงการมีส.ส.ฝากเลี้ยงที่พรรคฝ่ายรัฐบาลได้ตั้งเงินเดือนให้กับส.ส.ฝ่ายค้าน เพื่อต้องการให้ช่วยโหวต หรือลงคะแนน หรือเป็นองค์ประชุมให้กับฝ่ายรัฐบาล จนนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ออกมาตอบโต้ว่า รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องซื้อส.ส.ฝากเลี้ยง หรือซื้อตัวส.ส.ฝ่ายค้าน เพื่อมาเป็นองค์ประชุม เพราะในตอนนี้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมีเสียง 300 เสียง มั่นคงเพียงพอ ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้เงินหลักล้าน เพื่อไปซื้อส.ส.ฝ่ายค้าน มาเป็นส.ส.ฝากเลี้ยงให้กับฝ่ายรัฐบาล
ถ้าถามผมในฐานะเคยเป็นส.ส.มาก่อน สามารถวิเคราะห์ได้ว่า เรื่องแบบนี้ มีทั้งความเป็นไปได้ และความเป็นไปได้ แต่ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นกันเป็นประจำว่า มีการซื้อส.ส.ฝากเลี้ยง เพื่อไม่ต้องการให้เห็นภาพเป็นส.ส.งูเห่า ต้องการให้เก็บตัวแบบเงียบๆ ฝังตัวอยู่ในฝ่ายค้าน เมื่อคราวจำเป็นต้องใช้เสียงสนับสนุน ก็แสดงตัวออกมา การที่ฝ่ายรัฐบาลบอกว่า ไม่มีความจำเป็นที่ต้องซื้อตัวส.ส.ฝ่ายค้านเป็นส.ส.ฝากเลี้ยง เพราะฝ่ายรัฐบาลมีเสียง 300 เสียงเพียงพอแล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติฝ่ายรัฐบาล ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีส.ส.สำรองเพื่อให้ครบประชุม
เพราะฉะนั้นสามารถวิเคราะห์ได้ว่า การมีส.ส.ฝากเลี้ยงจริงหรือไม่ น่าจะมาจากเหตุผลคือ
1. ฝ่ายรัฐบาลต้องการจะมีส.ส.ฝากเลี้ยง สำรองไว้เพื่อเป็นองค์ประชุม แม้ว่าจะมีส.ส.มากถึง 300 เสียงก็ตาม แต่ก็ไม่มีหลักประกันว่า จะมาประชุมครบทุกคน ยกเว้นส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่มีระเบียบและมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัด ส่วนส.ส.พรรคอื่นไม่แน่ใจว่า จะเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงหรือไม่ จึงจำเป็นต้องมีส.ส.ฝากเลี้ยงไว้เป็นเสียงสำรอง เพื่อให้ครบองค์ประชุม
2.การมีส.ส.ฝากเลี้ยงไว้ ก็เพื่อใช้ในยามจำเป็น หรือในยามฉุกเฉิน เพื่อใช้โหวตลงคะแนนให้ เช่น กรณีต้องโหวตกฎหมายสำคัญ ต้องมีหลักประกันว่ากฎหมายฉบับนั้นต้องผ่านมติแน่นอน ถ้าแพ้มติ อาจทำให้รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง หรือใช้สำหรับตอนโหวตในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้เสียงสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลท่วมท้น
3.ในอนาคตถ้าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือยุบสภา หรือครบวาระ ก็สามารถดึงส.ส.ฝากเลี้ยง มาเป็นผู้สมัครในสังกัดของพรรคการเมืองนั้นได้ และทำให้มีผู้สมัครที่เป็นอดีตส.ส.เพิ่มขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงเสียงฝ่ายรัฐบาล ที่มีหลักประกันอย่างแน่นอนว่า ไม่สามารถทำให้สภาล่มได้ เพราะพรรคฝ่ายรัฐบาลบางพรรค มีมาตรการควบคุมส.ส.ที่ชัดเจน เช่น
1.ส.ส.ที่อยู่ในองค์ประชุม หรือเป็นองค์ประชุมจนครบ จะมีเบี้ยเลี้ยง หรือค่าทำพื้นที่ เดือนละ 4 แสนบาท ซึ่งเดิมสมัยก่อน ให้แค่เดือนละ 2 แสนบาทเท่านั้น
2.ถ้าหากส.ส.ที่รับเบี้ยเลี้ยงรายเดือน ไม่ลงคะแนน หรือขาดโหวตลงมติ หักครั้งละ 2 หมื่นบาท
3.ถ้าส.ส.คนใดไม่ขาดประชุมเลยตลอด1ปี จะได้รับเบี้ยโบนัสคนละ 2 ล้านบาท
4.มีงบประมาณลงพื้นที่ ปีละ 250 ล้านบาท เพื่อทำโครงการในพื้นที่ และสามารถจัดประมูล ฮั้วประมูล หาเงินทอน หรือกินหัวคิวได้ตามความสามารถ ถ้าส.ส.คนใดไม่มีความสามารถทำได้ จะมอบให้ส่วนกลางทำให้ก็ได้
เรื่องทั้งหมดนี้ คือทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสภานี้ ซึ่งถือได้ว่า เป็นยุคที่การเมืองอัปยศที่สุด








