“เท้ง ณัฐพงษ์” ผู้นำฝ่ายค้าน ยืนยันพรรคประชาชนไม่ได้ทำสงครามกับพรรคการเมืองใด แต่กำลังเปิดศึกกับ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่ครอบงำองค์กรอิสระ-ทุนสัมทาน พร้อมสวนกลับ “นิกร จำนง” อย่าบิดเจตนารมณ์ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จี้ทุกพรรคชะลอประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อทบทวนให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรง 100% ย้ำประชาชนรอได้เพื่อกติกาที่ดีที่สุด
วันที่ 21 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน หลังมีกระแสวิเคราะห์ว่ากำลังเกิดสงครามตัวแทนระหว่าง “ค่ายสีส้ม” และ “ค่ายสีน้ำเงิน” ยืนยันว่า ตนเองและพรรคประชาชนไม่ได้พุ่งเป้าไปที่การทำสงครามกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่สิ่งที่เป็นเป้าหมายหลักคือการต่อสู้กับ “ระบอบสีน้ำเงิน”
“ระบอบสีน้ำเงินที่ผมพูดถึงนี้ ใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย เพราะมันครอบคลุมไปถึงองค์กรอิสระ หน่วยงานของรัฐ ตลอดจนธุรกิจการเมืองที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาและกลุ่มสัมปทานภาครัฐต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเสาค้ำจุนหลักที่ทำให้ระบอบสีน้ำเงินยังคงมีอำนาจอยู่” หัวหน้าพรรคประชาชนระบุ
ผู้นำฝ่ายค้าน กลาวย้ำว่า ปัญหาทั้งหมดโยงกลับมาที่กติกาสูงสุดของประเทศคือรัฐธรรมนูญ ซึ่งล่าสุดมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) สามารถมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้ ดังนั้น แม้พรรคประชาชนจะยังไม่มีมติอย่างเป็นทางการจากที่ประชุม สส. แต่ในฐานะหัวหน้าพรรค ตนพร้อมที่จะนำร่างแก้ไขกลับมาปรับปรุงและทบทวนใหม่ เพื่อให้ที่มาของ ส.ส.ร. ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่า ความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่คำวินิจฉัยกลาง จึงไม่สามารถนำมาใช้บังคับได้นั้น นายณัฐพงษ์ ได้ย้อนถามกลับทันที “ต้องถามกลับไปยังนายนิกรว่า คนที่เขียนคำวินิจฉัยใช่ตุลาการหรือไม่ ข้อคิดเห็นของตุลาการก็คือเจตนารมณ์ของคำวินิจฉัยฉบับนั้นชัดเจนอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้นายนิกรหรือพรรคการเมืองอื่นพยายามออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริงตรงนี้”
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังได้ส่งข้อเรียกร้องไปยังทุกพรรคการเมืองว่า ในเมื่อทุกพรรคต่างเคยประกาศว่าอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อมีช่องทางกฎหมายที่เปิดกว้างแล้ว ก็ควรทบทวนให้ ส.ส.ร. มาจากคูหาเลือกตั้งโดยตรง สำหรับวันนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ตนเห็นว่า "สามารถชะลอออกไปก่อนได้" เพราะประชาชนรอได้ หากผลลัพธ์คือการได้รัฐธรรมนูญที่ดีกว่าเดิม
ส่วนประเด็นที่ว่าพรรคประชาชนจะมีการส่งตัวแทนไปพูดคุยทำความเข้าใจกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อขอให้ชะลอการพิจารณาหรือไม่นั้น ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวว่า หาก สว. ชุดนี้ใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง โดยปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงำจากกลุ่มการเมืองใด ย่อมจะมองเห็นร่วมกันว่าเราควรกดปุ่มหยุดกระบวนการนี้ไว้ก่อน เพื่อปรับปรุงให้ ส.ส.ร. มาจากประชาชน
“แต่ถ้าสุดท้ายทุกอย่างยังคงเดินหน้าต่อไป โดยที่ท่าทีของพรรคการเมืองในสภาล่างและการเคลื่อนไหวของ สว. ในสภาบน บังเอิญสอดรับเป็นเนื้อเดียวกันในการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์สูงสุด มันก็จะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว








