"ฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์" สส.ภูมิใจไทย แถลงโต้กระแสข่าว สส. วิ่งรอกเซ็นชื่อเข้าประชุมหลายกรรมาธิการหวังโกยเบี้ยประชุมวันละ 6,000 บาท ยันกฎหมายจำกัดเบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง
วันที่ 18 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย เปิดแถลงข่าวชี้แจงอย่างเป็นทางการ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมโซเชียล กรณีมีข้อสังเกตว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บางส่วน ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) หลายคณะ และมีพฤติกรรมเดินสายเข้าออกห้องประชุมหลายแห่งในวันเดียวกัน เพื่อเซ็นชื่อรับเงินเบี้ยประชุมรวมสูงถึงวันละ 5,000-6,000 บาท ยืนยันว่า "ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง" และการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเช่นนี้ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และภาพลักษณ์รวมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
นายฤทธิรงค์ ได้หยิบยกข้อกฎหมายขึ้นมาชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยระบุว่า ตามมาตรา 13 วรรคสาม แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น พ.ศ. 2555 มีการกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องนี้ไว้อย่างรัดกุมและชัดเจน:การดำรงตำแหน่ง สส. สามารถเป็นกรรมาธิการได้หลายคณะพร้อมกัน (ทั้งคณะกรรมาธิการสามัญ, วิสามัญ หรืออนุกรรมาธิการ) เงื่อนไขการเบิกเงิน: กฎหมายกำหนดให้เบิกเบี้ยประชุมได้เพียง วันละ 1 ครั้ง เท่านั้น ส่วนกรณีประชุมหลายคณะ หากในวันเดียวกันมีการประชุมมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป กฎหมายจำกัดสิทธิ์ให้รับเบี้ยประชุมได้ "สูงสุดไม่เกิน 2 ครั้ง" เท่านั้น
"ดังนั้น ข้อมูลที่บอกว่า สส. วิ่งเข้าออกห้องประชุมหลายคณะเพื่อโกยเงิน 5,000-6,000 บาทต่อวัน จึงเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะระบบกฎหมายมีเพดานควบคุมไว้ชัดเจน ต่อให้ลงชื่อครบทุกคณะก็เบิกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไม่ได้" นายฤทธิรงค์ กล่าว
เมื่อถามว่ากระแสข่าวดังกล่าวมีมูลความจริงบ้างหรือไม่ นายฤทธิรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเพียงประเด็นที่สังคมนำไปวิพากษ์วิจารณ์กันเอง แต่ในความเป็นจริง สส. แต่ละคนมีบริหารจัดการเวลาและวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างกรณีของตนเองเมื่อวันที่ผ่านมา ซึ่งมีรายชื่ออยู่ในคณะกรรมาธิการถึง 4 คณะ แต่ตนเลือกเข้าประชุมเพียง 2 คณะที่ตนมีความสนใจและให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ส่วนอีก 2 คณะที่เหลือ หากองค์ประชุมครบถ้วนแล้วก็สามารถดำเนินการประชุมต่อไปได้
“การทำงานในกรรมาธิการขึ้นอยู่กับดุลพินิจและความทุ่มเทของ สส. แต่ละคนตามความรู้ความชำนาญ เพื่อให้งานของสภามีประสิทธิภาพสูงสุด จึงไม่ควรนำจำนวนคณะกรรมาธิการที่สังกัดมาโยงกับการแสวงหาประโยชน์เรื่องเบี้ยประชุม และอยากขอให้ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น”นายฤทธิรงค์ กล่าว








