‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.พรรคประชาชน หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ยื่นแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ชี้ทำคู่ขนานฉบับใหม่ได้ทันที ย้ำห้ามนำมาอ้างเพื่อชะลอกระบวนการ พร้อมจับตา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ หวังใช้ช่องโหว่ รธน.60 คุมกลไกประเทศ-ฮั้วองค์กรอิสระ ดักคอหากสกัดฉบับใหม่ไม่ได้ คงจ้องล็อกสเปกผู้ร่างเพื่อกุมอำนาจต่อ
วันที่ 17 มิ.ย. 2569 เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยมีมติเตรียมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ว่า กระบวนการดังกล่าวสามารถทำควบคู่ไปกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ และไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องนำมาเป็นข้ออ้างในการชะลอหรือเตะถ่วงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีผลประชามติรองรับอยู่แล้ว
"ตั้งแต่สมัยสภาชุดที่แล้ว พรรคประชาชน (หรืออดีตก้าวไกล) ได้ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราควบคู่ไปกับการจัดทำฉบับใหม่รวมแล้วกว่า 10 ฉบับ แต่ก็ยังไม่เห็น ครม. ยืนยันให้ฉบับไหนได้ไปต่อ และตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสภาชุดปัจจุบัน เราก็ยื่นร่างแก้ไขรายมาตราไปอีก 2 ฉบับ ดังนั้นหากพรรคภูมิใจไทยจะยื่นบ้างก็สามารถทำคู่ขนานกันได้ แต่ต้องไม่นำเรื่องนี้มาเป็นเหตุผลในการชะลอการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยชูประเด็นแก้ไขเรื่องการเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และการยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ พรรคประชาชนจะสนับสนุนหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า โดยหลักการแล้วพรรคประชาชนเห็นด้วยและเคยเสนอเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเข้าสู่สภาตั้งแต่ชุดที่แล้ว แต่ในขณะนั้นกลับไม่ได้รับการตอบสนองจากพรรคภูมิใจไทย และ ครม. ก็ไม่ได้มีมติยืนยันให้ร่างกฎหมายดังกล่าวเดินหน้าต่อ อย่างไรก็ตาม คงต้องขอดูรายละเอียดของเนื้อหาร่างที่จะยื่นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในลักษณะนี้ จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ "ระบอบสีน้ำเงิน" หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ถือเป็น "ปุ๋ยชั้นดี" ที่เปิดช่องโหว่ให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่มเข้ามาแทรกแซงและควบคุมการเมืองไทย จนเกิดปรากฏการณ์ฮั้วกันทั้งกระดาน
"รัฐธรรมนูญ 60 ออกแบบให้ สว. มาจากการเลือกกันเอง จนกลายเป็นช่องว่างให้กลุ่มการเมืองเข้ามาทุจริตเชิงนโยบาย แทรกแซงกระบวนการ และกุมสภาพเสียงของ สว. ได้ทั้งหมด ซ้ำร้าย สว. ชุดนี้ยังมีอำนาจเด็ดขาดในการชี้ขาดบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หากรัฐบาล สว. และองค์กรอิสระสามารถฮั้วกันได้ กลักลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลของประเทศจะอ่อนแอลงทันที"
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า จากพฤติการณ์ดังกล่าว ทำให้เห็นเป้าหมายที่แท้จริงของระบอบสีน้ำเงิน 2 ประการ คือ:ทำให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลง เพื่อแช่แข็งประเทศให้อยู่ภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญ 2560 ต่อไป หากกั้นไม่อยู่ จะใช้วิธีล็อกสเปกกติกาเลือกผู้ร่าง: หากจำเป็นต้องเดินหน้าทำกติกาใหม่ เชื่อว่าเครือข่ายนี้จะพยายามเข้ามาควบคุมเงื่อนไขและการเลือกตั้งผู้เขียนรัฐธรรมนูญ เพื่อชี้ขาดเนื้อหาให้เป็นประโยชน์ต่อพวกพ้อง
"ผมเคยวิจารณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ของพรรคภูมิใจไทยไปแล้วว่า ร่างดังกล่าวไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง มีกฎเกณฑ์ที่คลุมเครือ และยังพยายามเพิ่มอำนาจพิเศษบางอย่างให้ สว. อีกด้วย นี่คือสิ่งที่เราต้องช่วยกันจับตาและไม่ปล่อยให้กระบวนการเขียนกติกาใหม่ถูกล็อกสเปกโดยคนกลุ่มเดียว" นายพริษฐ์ กล่าว








