“โฆษกพรรคประชาชน” เคลียร์ชัดปมส่อรอยร้าวในพรรค หลัง "ภคมน หนุนอนันต์" ออกโรงโต้เดือด "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" สส. พรรคเดียวกัน ที่โพสต์ฉะความไร้ประสิทธิภาพของกรรมาธิการในรัฐสภา ยันชัดไม่ได้ขัดแย้งส่วนตัว แต่เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แลกเปลี่ยนกันได้ตรงไปตรงมา ลั่น "ถ้าเห็นด้วยทั้งหมดสิแปลก" วอนสังคมอย่าใช้ไม้บรรทัดเดียววัดขาว-ดำ ชี้ สส. หลายคนถูกส่งไปกรรมาธิการที่ไม่ถนัดแต่พร้อมเรียนรู้ ส่วนปม สส. ตระเวนเซ็นชื่อรับเบี้ยเลี้ยง จี้แก้ที่ระเบียบสภาดีกว่าไล่บี้จิตสำนึกรายคน
วันที่ 15 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความขัดแย้งภายในพรรค หลังจากที่ตนเองออกตอบโต้นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเดียวกัน ที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กฝากถึง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับประเด็น "ความไร้ประสิทธิภาพของคณะกรรมาธิการในรัฐสภา" ยืนยันว่า ความเห็นของตนและนายภาวุธไม่ได้สวนทางกันจนเกิดรอยร้าว แต่นี่คือวัฒนธรรมองค์กรปกติของพรรคประชาชนที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้อย่างตรงไปตรงมา ตนอ่านสิ่งที่นายภาวุธโพสต์แล้ว ในฐานะที่ตนเองไต่เต้าและพิสูจน์ตัวเองมาจนได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการ มองว่าการทำงานในกรรมาธิการมีข้อจำกัดและบริบทที่หลากหลาย จะใช้ไม้บรรทัดเดียวมาตัดสินว่าสิ่งนี้ผิดหรือถูกทันทีไม่ได้
โฆษกพรรคประชาชน ชี้แจงถึงข้อจำกัดในสภาว่า โดยปกติแล้ว สส. ทุกคนจะเลือกเข้ากรรมาธิการจากความสนใจและความเชี่ยวชาญของตนเอง แต่ด้วยเงื่อนไขทางสัดส่วนของสภา (โควตาพรรค) ทำให้ไม่สามารถจัดสรรให้ทุกคนได้อยู่กรรมาธิการที่ต้องการได้ทั้งหมด สส. บางคนจึงถูกส่งไปยังกรรมาธิการที่ตัวเองไม่มีความถนัดเลยด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็เต็มใจที่จะเข้ามาเรียนรู้งาน
"ดิฉันไม่เชื่อว่าคนที่มีความเชี่ยวชาญต่อเรื่องนั้น ๆ จะสามารถทำเรื่องนั้นได้ดีเสมอไป แต่ดิฉันเชื่อในคนที่มีความพยายามเรียนรู้ เพราะเขาสามารถพัฒนาตัวเองให้มีคุณภาพได้ เราในฐานะผู้แทนก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา การสรุปอะไรเป็นมิติเดียว โดยใช้ไม้บรรทัดมาวัดให้มันขาวให้มันดำ หรือบังคับให้ 1+1 ต้องเป็น 2 ตลอดเวลานั้น น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรนัก วันนี้เราเป็นผู้แทนแล้ว ควรเปิดใจให้กว้างและส่งกำลังใจให้กันดีกว่า" นางสาวภคมน กล่าว
ส่วนประเด็นที่นายภาวุธสะท้อนแง่ลบว่า มีกรรมาธิการบางคนทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เพียงแค่มาลงชื่อเพื่อรับเบี้ยเลี้ยงการประชุม แล้ววิ่งไปประชุมห้องอื่น น.ส.ภคมน กล่าวว่า ปัญหานี้หากจะมานั่งเรียกร้อง "จิตสำนึกรายบุคคล" คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาในภาพรวมได้ หากเห็นว่าเรื่องนี้เป็นช่องโหว่ที่ทำให้งานสภาไร้ประสิทธิภาพ ก็จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการปรับปรุง "ระเบียบของรัฐสภา" โดยนำเรื่องนี้ไปหารือกับประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่เช่นนั้น การออกมาติเตียนเป็นรายคนจะกลายเป็นการบั่นทอนกำลังใจของ สส. ส่วนใหญ่ที่มีความตั้งใจทำงานในเวทีกรรมาธิการ
เมื่อถามย้ำว่า เหตุการณ์นี้จะทำให้สังคมมองว่าเกิดปัญหาคลื่นใต้น้ำ หรือความขัดแย้งภายในพรรคประชาชนหรือไม่ น.ส.วภคมน หัวเราะก่อนตอบว่า "ไม่หรอกค่ะ ถ้าเราเห็นด้วยกับทั้งหมด เรื่องนั้นแหละที่แปลก ตนก็มีความเห็นของตน แต่สุดท้ายแล้วเชื่อว่าถ้าเราคุยกันก็จะเดินไปหาข้อสรุปเพื่อให้มีความสมดุลมากที่สุด ยืนยันว่าตนกับคุณภาวุธไม่ได้ขัดแย้งส่วนตัว หลายครั้งก็ยังปรึกษางานกันปกติ เพียงแต่วันนี้ตนต้องแสดงความคิดเห็นในมิติที่ตนสัมผัสมาในฐานะคนที่เป็นกรรมาธิการและกลายมาเป็นประธานกรรมาธิการ เพื่อสะท้อนภาพอีกมุมหนึ่งให้สังคมเข้าใจเท่านั้น ยืนยันว่าเราทั้งคู่มีเป้าหมายเดียวกันคือการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้"








