การประชุมวุฒิสภาเดือดปะทุอีกครั้ง! มวยคู่เอกเจ้าเดิม “หมอนันทนา” เปิดฉากฉะกลางสภา อัดกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระและเลขาธิการกฤษฎีกาเป็นแบบ “ลับ ลวง พราง” ตอกย้ำ สว. 138 เสียงที่มีคดีฮั้วคาอกควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ แขวะแรง “ถ้าสะเทือนใจก็ขออภัย” ทำเอา “บิ๊กเกรียง” พล.อ.เกรียงไกร ประธานในที่ประชุมสวนกลับทันควัน “ไม่มีใครสะเทือนใจ แต่ต้องมีมารยาท” ก่อนที่หมอนันทนาจะสะบัดบ๊อบเดินออกจากห้องประชุมไม่รอฟังคำชี้แจง สุดท้ายที่ประชุมเทคะแนนเอกฉันท์ 147 เสียง ไฟเขียว “นพดล เภรีฤกษ์” นั่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่
วันที่ 15 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม มีวาระสำคัญเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้มีความเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา คือ นายนพดล เภรีฤกษ์ ตามรายงานผลการตรวจสอบประวัติและความประพฤติจากคณะกรรมาธิการสามัญ ซึ่งตามข้อบังคับระบุให้การแถลงรายงานและการอภิปรายคุณสมบัติของบุคคลต้องดำเนินไปในลักษณะ "การประชุมลับ"
ทันทีเข้าสู่ระเบียบวาระ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ได้ลุกขึ้นคัดค้าน และขออภิปรายว่า การประชุมลับเปรียบเสมือนการ "ปิดประตูตีแมว" ทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสได้รับรู้คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญระดับประเทศ พร้อมตั้งคำถามว่า การกระทำเช่นนี้เรียกว่าขบวนการ "ลับ ลวง พราง" หรือไม่
"คนที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญในการชี้เป็นชี้ตายของประเทศ สมควรแล้วหรือที่ สว. จะทำเป็นลับ ๆ ล่อ ๆ รู้กันแค่ 200 คน หรือจะว่าไปแล้ว รู้กันแค่ 138 คนเท่านั้น สว.ชุดนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ย่อมขาดความชอบธรรมในการดำเนินเรื่องใหญ่ ๆ ดังนั้นกระบวนการเลือกองค์กรอิสระต้องโปร่งใสตรงไปตรงมา เริ่มตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สาย" นางนันทนา กล่าว
บรรยากาศเริ่มทวีความตึงเครียดเมื่อ น.ส.นันทนา อภิปรายพาดพิงไปถึงประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน โดยหยิบยกกรณีคลิปเสียงและโพยฮั้วเลือก สว. ที่กำลังเป็นคดีความอื้อฉาวขึ้นมาพูดกลางสภา ทำให้ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ต้องรีบตัดบทและเตือนให้หยุดอภิปรายนอกเรื่อง เนื่องจากข้อบังคับกำหนดให้พูดเฉพาะคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ (นายนพดล เภรีฤกษ์) เท่านั้น ไม่ใช่มาวิพากษ์วิจารณ์คุณสมบัติของผู้ออกเสียงเลือก (สว.)
ยื้อกันอยู่พักใหญ่ น.ส.นันทนายังคงยืนยันว่าตนไม่ได้อภิปรายเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่กำลังพูดถึงความโปร่งใสของกระบวนการเลือก พร้อมกับพูดแซะขึ้นมาว่า "ถ้าสะเทือนใจ ก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้"
คำพูดดังกล่าวทำให้ พล.อ.เกรียงไกร สวนกลับทันทีด้วยน้ำเสียงดุดันว่า "ไม่มีใครสะเทือนใจ แต่มันต้องคำนึงถึงมารยาทด้วย!"
อย่างไรก็ตาม น.ส.นันทนายังคงเดินหน้าอภิปรายต่อ พร้อมเรียกร้องให้ สว. เสียงข้างมากจำนวน 138 เสียง ที่มีชื่อพัวพันอยู่ในสำนวนตรวจสอบคดีฮั้วของ กกต. ควรมีจิตสำนึกและยุติการลงมติเห็นชอบองค์กรอิสระทั้งหมดไว้ก่อน จนกว่าศาลจะตัดสินถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกียรติภูมิของวุฒิสภาต้องมัวหมอง และเมื่อกล่าวจบ น.ส.นันทนาได้เดินออกจากห้องประชุมทันทีโดยไม่พ้นประตูสภา
หลังจากที่น.ส.นันทนาเดินออกจากห้องประชุมไป น.ส.อัจฉราพรรณ หอมรส สว. ในฐานะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติฯ ได้ลุกขึ้นชี้แจงทันที โดยกล่าวตำหนิผู้อภิปรายก่อนหน้าว่าไม่ยอมอยู่รอฟังคำชี้แจง พร้อมระบุว่า ขบวนการสรรหาและตรวจสอบนายนพดล เภรีฤกษ์ เป็นไปตามระเบียบข้าราชการพลเรือนอย่างถูกต้อง ส่วนสาเหตุที่ต้องจัดประชุมลับเนื่องจากเนื้อหาในรายงานมีข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสมจะเปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งกรรมาธิการทำหน้าที่ตรงไปตรงมาตามกฎหมายกำหนด
หลังจากเข้าสู่กระบวนการรับทราบรายงานลับ และเปิดสิทธิ์ลงคะแนน ผลปรากฏว่า ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบ 147 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 22 เสียง ไฟเขียวให้ นายนพดล เภรีฤกษ์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่อย่างเป็นทางการ








