จี้ รมว.แรงงาน-สปส.เร่งพีอาร์-ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกบอร์ดประกันสังคม
วันที่ 6 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร และนางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา และคณะ ร่วมกันแถลงเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เร่งประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ดประกันสังคม ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายนนี้ โดยถือเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ต่อจากการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2566 เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนที่มีอยู่ประมาณ 24 ล้านคน ทั้งในมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 เนื่องจากบอร์ดประกันสังคมมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการกองทุนที่มีขนาดใหญ่ถึง 2.85 ล้านล้านบาท ซึ่งเกือบเท่ากับงบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศไทย
นายเทวฤทธิ์เปิดเผยว่า จากการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา รวมระยะเวลา 35 วัน พบว่ามียอดผู้ลงทะเบียนอยู่ที่ 680,000 กว่าคน ซึ่งถือว่ายังไม่สูงนักเมื่อเทียบกับยอดลงทะเบียนในปี 2566 ที่มีผู้ลงทะเบียนกว่า 900,000 คน โดยในช่วงที่มียอดการลงทะเบียนสูงสุดคือวันที่ 1-3 มิถุนายน มีผู้ลงทะเบียนวันละ 8,000 ถึง 10,000 กว่าคน หากพิจารณาจากสเกลการลงทะเบียนที่เหลือเวลาอีกเพียง 9 วันก่อนปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ คาดว่ายอดรวมจะไม่ถึง 900,000 คนเหมือนครั้งก่อน ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจริง 800,000 กว่าคน แต่มาใช้สิทธิจริงเพียงแสนกว่าคนเท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
นายเทวฤทธิ์ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณในการจัดเลือกตั้งปี 2569 ที่มีการตั้งงบไว้สูงถึง 281 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปี 2566 ถึง 74 ล้านบาท โดยเฉพาะงบด้านการประชาสัมพันธ์ที่มีสูงถึง 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยตั้งไว้ 10 ล้านบาทในครั้งก่อน แต่ยอดการลงทะเบียนกลับดูห่างไกลจากเป้าหมายเดิมมาก ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมเร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกเข้าไปยังสถานประกอบการ และพิจารณาขยายกรอบเวลาการลงทะเบียนออกไปอีกอย่างน้อย 15 วัน จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนที่ต้องทำงานและไม่มีเวลาติดตามสื่อออนไลน์ พร้อมย้ำว่าหากใช้งบประมาณมากกว่าเดิมแต่ยอดผู้ใช้สิทธิน้อยลง จะต้องมีผู้รับผิดชอบต่อความไม่มีประสิทธิภาพในครั้งนี้ ซึ่งเดิมทีตนตั้งใจจะตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีในที่ประชุม แต่ท่านได้ขอเลื่อนออกไปประกอบกับจะมีการปิดสมัยประชุมในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ จึงต้องมาสื่อสารผ่านพื้นที่นี้แทน
ด้านนายนรเศรษฐ์กล่าวเสริมและเชิญชวนทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้างให้มาร่วมลงทะเบียนใช้สิทธิ เนื่องจากบอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้งจะเข้าไปทำหน้าที่ปกป้องสิทธิและบริหารกองทุนที่มีมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะในส่วนของนายจ้างที่มีความสำคัญต่อต้นทุนธุรกิจ เพราะหากการบริหารกองทุนไม่มีประสิทธิภาพ อาจส่งผลให้ต้องมีการปรับเพิ่มเงินสมทบจากเดิม 750 บาท เป็นกว่า 800 บาทตามที่เป็นข่าว ซึ่งปัจจุบันพบข้อมูลที่น่ากังวลว่ามีนายจ้างมาลงทะเบียนเพียง 5,000 กว่าราย จากทั้งหมดกว่า 420,000 ราย หรือคิดเป็นเพียงประมาณร้อยละ 1.2 เท่านั้น จึงอยากเชิญชวนให้นายจ้างเข้ามารักษาผลประโยชน์ในส่วนของเงินสมทบเพื่อให้เกิดการใช้เงินอย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด
ขณะที่นางนันทนาระบุว่า กองทุนประกันสังคมไม่ใช่เรื่องที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ลูกจ้างเพียงฝ่ายเดียว แต่นายจ้างและลูกจ้างจะได้ประโยชน์ร่วมกันและสามารถประสานแนวทางไปด้วยกันได้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงขอฝากไปยังสื่อมวลชนให้ช่วยกันเผยแพร่ข่าวสารเพื่อให้ทั้งนายจ้างและผู้ประกันตนมาลงทะเบียน ถือเป็นโอกาสในการใช้สิทธิใช้เสียงเพื่อให้กระบวนการแรงงานเป็นไปอย่างสมานฉันท์ จึงขอให้ผู้ประกันตนทุกมาตราอย่าลืมไปลงทะเบียนเพื่อรักษาเงินและสิทธิประโยชน์ของตนเอง








