“ประเสริฐ” ควง “ภูมิธรรม” แถลงปรับทัพยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังพรรคร่วมรัฐบาล “ภูมิใจไทย-กล้าธรรม” ประกาศถอนชื่อ ยอมรับสัญญาณอันตรายเสี่ยงถูกคว่ำตั้งแต่วาระแรก เตรียมนำร่างเดิมปรับปรุงใหม่ ยึดแนวทางที่มา สสร. ฉบับปี 2540 ผนึกความเห็น กมธ. ชุดเดิม ดันสภาร่างรัฐธรรมนูญยึดโยงประชาชนให้มากที่สุด
วันที่ 9 มิ.ย 2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกันแถลงผลการประชุมพรรคในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายประเสริฐ แถลงว่า พรรคเพื่อไทยยังคงมุ่งมั่นและยืนยันที่จะเดินหน้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุดในที่ประชุมพรรคเห็นตรงกันว่า เกิดนัยยะทางการเมืองที่สำคัญขึ้น หลังจากที่ พรรคภูมิใจไทย และ พรรคกล้าธรรม ได้ประกาศถอนรายชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคเพื่อไทย ซึ่งทำให้คาดการณ์ได้ว่า แนวโน้มความเห็นของสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า หากยังดันทุรังส่งร่างเดิมเข้าสู่สภา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะไม่ผ่านความเห็นชอบและถูกคว่ำจากที่ประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระแรก
เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อไปว่า เพื่อแก้เกมการเมืองและผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าต่อไปได้ พรรคเพื่อไทยจึงมีข้อสรุปแกนหลักร่วมกันว่าจะ นำร่างเดิมกลับมาปรับปรุงเนื้อหาใหม่ โดยเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วย "ที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)" ทั้งนี้ พรรคจะนำแนวทางการได้มาซึ่ง สสร. ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 (ฉบับประชาชน) รวมถึงผลการศึกษาและความเห็นในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญชุดที่แล้วมาหลอมรวมและพิจารณาประกอบกัน
"เป้าหมายหลักในการปรับแก้ครั้งนี้ เพื่อต้องการให้โครงสร้างและที่มาของ สสร. มีความยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยสากล และที่สำคัญคือต้องเป็นรูปแบบที่มีแนวโน้มและโอกาสสูงสุดที่จะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เพื่อให้สามารถก้าวไปสู่ขั้นตอนการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไปได้" นายประเสริฐ ระบุ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกและเนื้อหาทั้งหมดของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงใหม่นี้ ทางพรรคเพื่อไทยจะทำการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบอีกครั้ง ทันทีที่คณะทำงานดำเนินการปรับแก้ไขเนื้อหาเสร็จสิ้นสมบูรณ์








