วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการดึงนายสุรพล นิติไกรพจน์ เข้ามาร่วมงานในตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์กรุงเทพ โดยยืนยันว่าแนวทางของพรรคประชาชนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์แต่อย่างใด ซึ่งพรรคมีเครื่องยืนยันจากการผลักดันกฎหมายหลายฉบับและการพยายามแก้ไขผลพวงของ คสช. มาโดยตลอด
นายรังสิมันต์เชื่อว่านายสุรพลจะเป็นบุคคลที่สามารถเข้ามามีบทบาทและเป็นพันธมิตรที่สำคัญในการช่วยรับมือกับปัญหาของ "ระบอบสีน้ำเงิน" แม้การตัดสินใจครั้งนี้จะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่พรรคน้อมรับคำวิจารณ์และผู้บริหารพรรคยอมรับในความเห็นที่แตกต่างที่ตามมา ส่วนกรณีที่นายสุรพลเคยเปิดเผยว่าไม่เคยเปลี่ยนหลักการในความคิดของตนเองจนถูกมองว่ายังสนับสนุนแนวทางรัฐประหารนั้น นายรังสิมันต์เห็นว่าไม่น่าจะใช่เรื่องดังกล่าว แต่อยากให้มองไปที่เรื่องการรื้อโครงสร้างรัฐธรรมนูญมากกว่า
นายรังสิมันต์ระบุต่อไปว่าใครก็ตามที่มาร่วมงานกับพรรคประชาชนย่อมทราบถึงอุดมการณ์ของพรรค และไม่อยากให้นำคำเพียงเล็กน้อยมาเป็นตัวตัดสิน พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่เคยเห็นด้วยกับรัฐประหารและไม่เคยเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญที่เป็นมรดกของ คสช. นอกจากนี้ พรรคยังมีจุดยืนต่อต้าน สนช. และ สว. ที่มาจากการแต่งตั้งมาโดยตลอด ซึ่งการดึงนายสุรพลเข้ามาทำงานนั้นขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป
สำหรับการเปรียบเทียบกรณีนี้กับการที่พรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคภูมิใจไทยว่ามีลักษณะคล้ายกันหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่าส่วนตัวไม่อยากเปรียบเทียบว่าใครดีหรือไม่ดีและเห็นว่ากรณีนี้ไม่น่าจะเปรียบเทียบกันได้ โดยขอให้ประชาชนเป็นผู้มองจะดีกว่าว่าใครเป็นอย่างไร
ทั้งนี้นายรังสิมันต์ย้ำว่าพรรคประชาชนไม่เคยทรยศต่อหลักการของประชาชน และการนำบุคคลนอกเข้ามาร่วมงานจนเกิดเสียงวิจารณ์ไม่ใช่ครั้งแรก แต่สิ่งสำคัญต่อแนวทางของพรรคในตอนนี้คือการรับมือกับ "ระบอบสีน้ำเงิน" หากไม่รวบรวมกำลังเพื่อต่อต้าน ประเทศไทยที่กำลังเดินอยู่ในขณะนี้ก็คงยากที่จะรู้ว่าจะเดินต่อไปทางไหนต่อ
โดยการทำงานของพรรคไม่ใช่ทำเพื่อผลลัพธ์ที่ต้องชนะ แต่สิ่งที่ต้องทำคือต้อง "ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง" ซึ่งเสียงวิจารณ์ที่มีต่อการดึงนายสุรพลเข้ามานั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพรรคประชาชนไม่ใช่พรรคการเมืองที่มีเจ้าของเพียงคนเดียวแต่เป็นของทุกคน
ส่วนกรณีข้อสงสัยเรื่อง "โปลิตบูโร" ในการเลือกนายสุรพลนั้น นายรังสิมันต์กล่าวว่าไม่อยากให้ลงลึกถึงรายละเอียด แต่เบื้องต้นพรรคไม่มีโปลิตบูโรอยู่ในโครงสร้าง แต่อาจเป็นเพียงชื่อเรียกที่คนส่วนใหญ่เรียกกัน อีกทั้งนายสุรพลเองก็มีส่วนร่วมกับ "พรรคสีส้ม" พอสมควร เช่น การเป็นพยานในประเด็นต่างๆ และประชาชนได้เห็นบทบาทมาโดยตลอด ดังนั้นจึงขอให้พิจารณาจากการตัดสินใจของผู้บริหารและพิสูจน์ด้วยเวลาและหลายองค์ประกอบร่วมกันว่าเราคิดถูกหรือคิดผิด








