วันที่ 29 พ.ต.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า...
เจตนารมณ์เอกสิทธิ์ สส.
ช่วงนี้จะมีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเอกสิทธิ์ของส.ส.ระหว่างสมัยประชุมสามัญว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือDSI หรือศาลยุติธรรม สามารถจับกุมดำเนินคดีกับส.ส.ได้หรือไม่ จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือDSI ทำหนังสือมายังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.จังหวัดสงขลา พรรคกล้าธรรม ไปดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม จึงเห็นท่าทีของส.ส.บางคน พรรคการเมืองบางพรรคในลักษณะที่แตกต่างกันไป
เรื่องเอกสิทธิ์ของในสมัยประชุมสามัญ เป็นประเพณีปฏิบัติและยึดมั่นกันมายาวนาน ปฏิบัติกันมาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่สมัยอดีตที่บ้านเมืองมีปัญหาเกี่ยวกับการคุกคามส.ส. จากอำนาจเผด็จการ ต้องการกลั่นแกล้ง จับกุมส.ส.ขณะปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร จึงมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ เพื่อเป็นเอกสิทธิ์คุ้มครองการทำหน้าที่ของส.ส.อย่างอิสระ เช่น บทบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 125 บัญญัติว่า “ในสมัยในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาไปทำการสอบสวน ในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทำความผิด”
ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ไม่ต้องการให้ฝ่ายอำนาจรัฐเข้าจับกุมส.ส.โดยพละการ จึงต้องใช้เอกสิทธิ์ และต้องขออนุญาตต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเจตนารมณ์อันนี้ได้พัฒนา หรือคลี่คลายตามลำดับ จากเมื่อก่อนไม่สามารถจับกุมได้เลย และเป็นประเพณีปฏิบัติ เมื่อขออนุญาตจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ไม่เคยมีการอนุมัติส่งตัวส.ส.ไปดำเนินคดีเลย เว้นแต่เจ้าตัวจะขออนุญาตต่อที่ประชุม เพื่อไปสู้คดีด้วยตัวเอง
ในยุคปัจจุบันได้มีการอนุโลม หรือผ่อนคลายให้มีการดำเนินคดีได้ระหว่างสมัยประชุม ดังเช่นที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรค4 บัญญัติว่า “ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา“ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันศาลจะดำเนินคดี หรือพิจารณาคดีของส.ส.ในระหว่างสมัยประชุมได้ โดยใช้วิธีการพิจารณาคดีลับหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีการอนุโลมเรื่องเอกสิทธิ์ของส.ส.พอสมควร
ในกรณีของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากนายชนนพัฒฐ์ขอใช้สิทธิ์ไปสู้คดี โดยไม่ต้องให้มีการลงมติ ก็จะเป็นการดี จะเป็นการรักษาประเพณีปฏิบัติ หรือความศักดิ์สิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้ว่าในยุคนี้ภาพลักษณ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตกต่ำ เป็นอาชีพที่ทุนทางสังคมต่ำ และประชาชนรังเกียจการใช้อภิสิทธิ์ของส.ส. เห็นจากส.ส.บางคน หรือพรรคการเมืองบางพรรค มีมติเรียกร้องให้โหวตส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ไปดำเนินคดี
ซึ่งในความเห็นส่วนตัว คิดว่าเป็นการแสดงจุดยืนที่สุดขั้วจนเกินไป ทางออกน่าจะเป็นเรื่องของการไม่อนุญาตให้นายชนนพัฒฐ์ไปสู้คดี เว้นแต่นายชนนพัฒฐ์จะขอใช้สิทธิ์เพื่อสู้คดีด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ หรือกฎหมายรัฐธรรมนูญศักดิ์สิทธิ์ จึงอยากให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้รักษาความศักดิ์สิทธิ์ และประเพณีปฏิบัติที่ยึดถือมายาวนาน เกี่ยวกับเอกสิทธิ์ของส.ส.ด้วย
#เทพไท #เอกสิทธิ์สส #ชนนพัฒฐ์ #DSI #รัฐธรรมนูญ #สภาผู้แทนราษฎร #การเมือง #ข่าวการเมือง #มาตรา125 #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








