เสียงข้างมากในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ 308 เสียง เห็นชอบไม่ส่ง “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แน่นอนว่า เมื่อเสียงข้างมากในสภาฯ ออกมาเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าไม่มีใครสนใจว่า “สังคม” จะคิดอย่างไร กับการที่สส.ที่มีคดีติดตัว กลับเลือกที่ใช้เอกสิทธิ์ การเป็นสส.คุ้มครองตัวเอง เช่นนี้
308 เสียงที่มีมติ “อุ้ม” ชนนพัฒฐ์ ส่วนใหญ่ คือ “พรรคการเมือง” ในปีกรัฐบาล อย่างพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเพื่อชาติไทย
ขณะที่ “ฝ่ายค้าน” กลายเป็นเสียงข้างน้อย 126 เสียงที่เห็นว่า สภาฯ คงมีมติส่งตัวชนนพัฒฐ์ ไปให้กับดีเอสไอ สอบสวน ตามที่ดีเอสไอ ทำหนังสือขอตัวประสานมาที่สภาฯ แต่ที่สุดแล้ว ฝ่ายค้านทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน กลายเป็น “น้ำน้อย” ที่ต้อง “แพ้ไฟ” แม้พวกเขาจะอภิปรายให้เหตุผลอย่างไร ก็ดูจะไม่เป็นผล
สิ่งที่น่าสนใจ คือภายใต้มติเสียงข้างมาก 308 เสียงที่เลือก “อุ้ม” ชนนพัฒฐ์ สส.เพียงคนเดียวจากพรรคกล้าธรรม โดยที่ไม่สนใจความสง่างามของสภาฯ ต่างหากที่กำลังสะท้อนว่า 1 สส.ของพรรคกล้าธรรม นั้นมีความหมายต่อ ปีกรัฐบาล มากแค่ไหน ?
58 เสียงของพรรคกล้าธรรม ภายใต้การกำกับของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” หัวหน้าพรรค ดูจะมีความหมายยิ่งนัก สำหรับ พรรคในปีกของรัฐบาล ทั้งที่ “สถานะ” ของพรรคกล้าธรรม นั้นคือ “ฝ่ายค้าน” แต่ลูกน้องอย่างชนนพัฒฐ์กลับได้รับการ “อุ้ม” จากฝ่ายรัฐบาลเสียอย่างนั้น
ดังนั้นจากนี้ไป ชนนพัฒฐ์ ยังได้รับการคุ้มครอง โดยเอกสิทธิ์การเป็นสส.สงขลา จนกว่าจะปิดสมัยประชุมสภาฯเท่ากับเป็นการต่อลมหายใจ แม้อีกไม่กี่เดือนจะปิดสมัยประชุมสภาฯก็ตาม
การใช้เสียง 308 สส.ของฝ่ายรัฐบาล เพื่อแลกกับ “1 เสียง” จากพรรคกล้าธรรม ทั้งที่เป็นตั้งฝ่ายค้าน นั้นดูจะไม่สมเหตุสมผลด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในทางการเมือง แล้ว เพราะพรรคกล้าธรรม ไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล
เว้นแต่ พรรคกล้าธรรม จะอยู่ในฐานะ “อะไหล่” ให้กับพรรคภูมิใจไทย หรือรวมถึงฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด ในวันข้างหน้า ส่วนจะไปตอกย้ำที่พรรคกล้าธรรม เคยถูกมองว่า เป็นพรรค “ฝ่ายคอย” รอถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล เมื่อคลื่นลมทางการเมืองเริ่มสงบ ไม่ดุเดือดและถูกจับตาเหมือนเมื่อครั้งตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” ใหม่ๆ และยังมี “ดีลลับ” ที่ต้องดึง “พรรคเพื่อไทย” เข้าร่วมรัฐบาล
เพราะนอกเหนือไปจากนี้ ยังไม่มี “สาระ” ใดๆ ที่ 308 เสียงของรัฐบาล จะมีมติ “ปกป้อง” 1 เสียงจากพรรคฝ่ายค้าน อย่าง “ชนนพัฒฐ์” ด้วยซ้ำ ฝืนกระแสสังคม ได้ขนาดนี้ !!








