“พรรคไทยภักดี” ลั่นจุดยืนเด่นชัด จี้เพื่อนสมาชิกอย่าปล่อยให้ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองจนเกินขอบเขต หวั่นทำลายความศรัทธา เตือนระวังประชาชนครหา "สภาปกป้องทุนเทา" หลังพบเอี่ยวคดีอั้งยี่-อาชญากรรมข้ามชาติ
วันที่ 28 พ.ค.2569 เวลา 14.30 น.ที่รัฐสภา นายแพทวรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงถึงจุดยืนของพรรคไทยภักดีต่อกรณีการขอมติสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคซั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 แม้จะให้การคุ้มครอง สส. ในช่วงสมัยประชุมสภา แต่เป้าหมายสำคัญคือการป้องกันไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง ดังนั้น การที่ดีเอสไอจะเชิญตัวนายชนนพัฒฐ์ไปสอบปากคำในคดีดังกล่าว เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรม ตนเชื่อว่าประชาชนและสื่อมวลชนต่างมีคำตอบในใจอยู่แล้ว
"หากนายชนนพัฒฐ์ไม่ใช่ สส. จะมีสิทธิ์เลื่อนไม่ไปรายงานตัวต่อดีเอสไอได้หรือไม่ หากเราปล่อยให้ สส. ใช้เอกสิทธิ์อย่างไม่เหมาะสม ประชาชนจะมองว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีเอกสิทธิ์ที่มากเกินไปจนเหนือกฎหมาย" นายแพทย์วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองต่างประกาศนโยบายชัดเจนว่าจะต่อต้านทุนสีเทา จึงอยากตั้งคำถามไปยังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่ต้องลงมติในเรื่องนี้ว่า การที่ สส. คนหนึ่งมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ตลอดจนความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาตินั้น ถือเป็นเรื่องของทุนเทาหรือไม่ หากสภาฯ ตัดสินใจผิดพลาด ประชาชนจะตั้งคำถามทันทีว่ากำลังปกป้องทุนเทาอยู่หรือไม่
“จุดยืนของพรรคไทยภักดี ยืนยันว่าจะยืนหยัดบนความถูกต้อง และต้องการให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียมกันในสังคม โดยปราศจากระบบเอกสิทธิ์ของ สส. ที่เหลื่อมล้ำกว่าประชาชนทั่วไป จึงขอเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกสภาร่วมกันลงมติเปิดทางให้ดีเอสไอสามารถออกหนังสือเชิญตัว นายชนนพัฒฐ์ ไปให้ปากคำและดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของสถาบันนิติบัญญัติสืบไป”นพ.วรงค์ กล่าว








