วันที่ 25 มิถุนายน ที่รัฐสภา เวลา 09.30 น. นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นครั้งแรกภายหลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีความเกี่ยวโยงกับเครือข่ายธุรกิจ Forex โดยยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทำธุรกิจ Forex และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่ ธุรกิจแก๊งข้ามชาติ หรือการไปชักชวนบุคคลอื่นให้มาทำธุรกิจเหล่านี้ ตนเป็นเพียงผู้เทรดคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเมื่อมีการประกาศชื่อบุคคลออกมาทำให้ตนรู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อพบว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งข้อสงสัยในตัวตน จึงได้เริ่มตรวจสอบข้อมูลกับธนาคาร ซึ่งหากเป็นการตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันจะดูข้อมูลย้อนหลังได้ไม่นาน ตนจึงต้องเดินทางไปที่สาขาเพื่อขอข้อมูลย้อนหลังเกือบ 5 ปี โดยทางธนาคารแจ้งว่าต้องส่งเรื่องเข้าสู่สำนักงานใหญ่และใช้เวลาประมาณ 45 วัน เป็นเหตุให้ข้อมูลยังไม่ครบถ้วนและตนยังไม่กล้าออกมาพูดในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะต้องการรอให้ข้อมูลครบเพื่อเตรียมไปชี้แจงต่อดีเอสไอ
“จนถึงตอนนี้จริงๆ ข้อมูลก็ยังไม่ครบเพราะบางธนาคารต้องใช้เวลานานมาก ดังนั้น ก็ต้องรอเวลาอีกสักนิดหน่อย เมื่อได้ข้อมูลครบแล้วก็จะเข้าไปพบกับทางดีเอสไอให้เร็วที่สุด เพื่อชี้แจงว่าสิ่งที่ดีเอสไอสงสัยนั้น ผมก็พร้อม เพราะเราก็มั่นใจว่าไม่ได้ผิดอะไร ข้อมูลที่ออกมาก็เป็นการเทรดซื้อ ขายทองคำ ผ่านแพลตฟอร์ม ย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้ทำ Forex ไม่ใช่สแกมเมอร์ อันนี้มั่นใจได้เลยว่าไม่ได้ทำ”
ส่วนกรณีประเด็นเงินจำนวน 28 ล้านบาทนั้น นายภาวุธระบุว่าขณะนี้ข้อมูลธนาคารยังมาไม่ครบถ้วน หากได้ตัวเลขทั้งหมดแล้วจะดำเนินการเข้าไปชี้แจงกับดีเอสไออีกครั้ง เพื่อนำข้อมูลที่มีไปตรวจสอบเปรียบเทียบกัน แต่เบื้องต้นเท่าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นตัวเลขการเทรดปกติที่เข้ามาเรื่อยๆ โดยตนใช้เวลาเทรดอยู่ไม่นานและปัจจุบันเลิกเทรดไปนานแล้วเนื่องจากประสบภาวะขาดทุนเช่นกัน
สำหรับข้อสันนิษฐานในเรื่องนี้นายภาวุธขอให้รอความชัดเจนเนื่องจากข้อมูลยังไม่ครบถ้วน แต่ขอยืนยันว่าตนเป็นเพียงผู้เทรด ซึ่งในปัจจุบันมีผู้เทรดในประเทศไทยจำนวนมากและถือเป็นเรื่องปกติ แต่อาจมีช่องว่างทางกฎหมายที่ทำให้ผู้ให้บริการหรือโบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาตเข้ามาดำเนินธุรกิจ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการเหล่านั้นที่จะต้องไปชี้แจง
ส่วนกรณีการปล่อยคลิปวิดีโอที่ระบุว่าเป็นการชักชวนคนมาเทรดนั้น นายภาวุธชี้แจงว่าตนในฐานะผู้เทรดได้เข้าเรียนในคลาสต่างๆ เพื่อหาความรู้ และคลิปดังกล่าวเป็นการให้สัมภาษณ์หลังจากเรียนจบเพื่อเล่าถึงประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับ ไม่ใช่การพูดเชิญชวน แต่ถูกนำไปตีความในทางที่ผิด
สำหรับกรณีที่สามารถนำแต้มไปแลกของได้นั้น เป็นระบบสะสมแต้มของแพลตฟอร์มการเทรดที่เหมือนกับการสะสมแต้มตามร้านค้าทั่วไป
“ย้ำว่าคลิปที่ออกมาเป็นการบอกเล่าประสบการณ์ดังที่พูดในคลิป แต่ก็ต้องย้ำอีกว่าไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียว วันนั้นยังมีอีกเป็นสิบๆ คนที่ให้การสัมภาษณ์ แต่ก็ตกใจว่าทำไมมีผมอยู่คนเดียวที่ออกมากลายเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้ ฉะนั้นจึงต้องย้ำว่าผมอยู่ในสถานะผู้เทรดคนหนึ่งเท่านั้น”
นายภาวุธกล่าวถึงขั้นตอนหลังจากนี้หากดีเอสไอมีการแจ้งข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าปัจจุบันตนยังมีสถานะเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยและมีหน้าที่ต้องไปชี้แจง พร้อมยืนยันนโยบายของพรรคที่เน้นความโปร่งใส สำหรับกระแสข่าวเรื่องการลาออกจากพรรคหรือการหลบหนีนั้น ตนขอยืนยันว่า "ยังไม่ออก" และ "ไม่หนี" โดยพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของดีเอสไออย่างแน่นอน แม้จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาตนก็มั่นใจว่าไม่ได้ทำความผิดเพราะเป็นเพียงผู้เทรด
ส่วนกรณีที่มีการขุดคุ้ยความเกี่ยวโยงกับบริษัทของพี่สาวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั้น นายภาวุธระบุว่าเป็นเรื่องที่จะต้องนำไปชี้แจงกับทางดีเอสไอโดยเฉพาะ จึงอาจไม่เหมาะที่จะชี้แจงผ่านสื่อในขณะนี้ ทั้งนี้นายภาวุธยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ สส. และตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ต่อไป








