“โรงพยาบาลเอส” ชี้เทรนด์คนไทยใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น แนะผู้สูงอายุตรวจ “กระดูกสันหลังและข้อ” ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดเสี่ยงโรคลุกลาม
แนวโน้มการดูแลสุขภาพของคนไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “การรักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ “การป้องกันก่อนเกิดโรค” มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัวรุ่นใหม่ ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพเชิงลึกตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
หนึ่งในกลุ่มโรคที่ถูกจับตามากขึ้น คือโรคเกี่ยวกับ “กระดูกสันหลังและข้อ” ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสังคมสูงวัย ทั้งอาการปวดหลัง ปวดคอ ข้อเข่าเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม รวมถึงอาการชาและอ่อนแรง ที่หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องปกติของอายุที่เพิ่มขึ้น
นพ.พร นริศชาติ แพทย์เฉพาะทางจากโรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (S-spine and Joint Hospital) กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหากระดูกสันหลังและข้อไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่หลายกรณีเริ่มสะสมมาตั้งแต่วัยทำงานจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนั่งทำงานเป็นเวลานาน การยกของหนัก การใช้งานร่างกายซ้ำๆ ขาดการออกกำลังกาย รวมถึงภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเร่งความเสื่อมของกระดูกสันหลังและข้อในระยะยาว
“หลายคนเริ่มมีอาการตั้งแต่วัยทำงาน แต่ยังไม่แสดงออกชัดเจน จนเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ความเสื่อมจะเริ่มชัดขึ้น ทั้งข้อเข่าเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม หรืออาการปวดเรื้อรัง ซึ่งหากปล่อยไว้ อาจกระทบต่อการเดิน การทรงตัว และการใช้ชีวิตประจำวัน” นพ.พร กล่าว
โรงพยาบาลเอส ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ มองว่า การเข้ารับการตรวจและประเมินอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบัน เพราะหลายโรคสามารถชะลอความเสื่อมและลดโอกาสการผ่าตัดได้ หากได้รับการวินิจฉัยที่ต้นเหตุอย่างถูกต้องและเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ
นอกจากนี้ ปัจจุบันผู้สูงอายุจำนวนมากยังเลือกซื้อยารับประทานเอง หรือหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวเมื่อเริ่มมีอาการปวด ซึ่งอาจส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อต่อขาดความแข็งแรง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มในอนาคต
สำหรับอาการที่ควรเข้ารับการตรวจ ได้แก่ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดร้าวลงแขนหรือขา ชา อ่อนแรง เดินแล้วปวดเข่า ข้อฝืด ลุกนั่งลำบาก หรืออาการที่เริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับหมอนรองกระดูก เส้นประสาท หรือข้อเข่าเสื่อม
ทั้งนี้ โรงพยาบาลเอส ได้นำแนวทางการดูแลแบบเฉพาะทาง (Specialized Care) มาใช้ในการประเมินและรักษาผู้ป่วย โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางร่วมกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น CT Scan และ MRI เพื่อช่วยวิเคราะห์ปัญหากระดูกสันหลัง ข้อ และเส้นประสาทได้อย่างละเอียดและแม่นยำ นำไปสู่การวางแผนรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
คุณโสมวรรณ สังคปรีชา อายุ 82 ปี? หนึ่งในผู้เข้ารับบริการ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีอาการปวดหลังและปวดข้อเป็นๆ หายๆ จึงตัดสินใจเข้ามาตรวจอย่างละเอียด ทำให้เข้าใจสาเหตุของอาการ รวมถึงแนวทางดูแลตัวเองได้ชัดเจนมากขึ้น
ขณะที่ คุณสหรัถ สังคปรีชา กล่าวว่า เริ่มสังเกตเห็นว่าคุณแม่มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหว ทั้งลุกนั่ง เดินขึ้นลงบันได รวมถึงมีอาการปวดหลังและปวดข้อเข่ามากขึ้น จึงตัดสินใจพาเข้ามาตรวจที่โรงพยาบาลเฉพาะทางตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะไม่อยากให้อาการสะสมจนกระทบคุณภาพชีวิตในอนาคต
“วันนี้เรื่องสุขภาพไม่ควรรอให้ปวดหนักก่อนแล้วค่อยรักษา โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพราะถ้าตรวจเจอเร็ว ก็มีโอกาสดูแลและชะลอความเสื่อมได้มากกว่า” คุณสหรัถกล่าว
โรงพยาบาลเอส มองว่า ในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ การดูแลสุขภาพกระดูกสันหลังและข้อเชิงป้องกัน จะกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของคุณภาพชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “Healthy Aging” หรือการสูงวัยอย่างมีคุณภาพในระยะยาว








