"พริษฐ์ วัชรสินธุ" โฆษกและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศเดินหน้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใน 1-2 วันนี้ มั่นใจเสียงมหาชน 21 ล้านเสียงจากการทำประชามติรอบแรกจะเป็นเกราะกำบังและแรงส่งสำคัญในการต่อสู้กับ "ระบอบสีน้ำเงิน" พร้อมส่งสัญญานเตือน "อนุทิน ชาญวีรกูล" หากใช้เสียงข้างมากดันร่างเอื้อประโยชน์ สว. กินรวบประเทศ แล้วถูกประชาชนคว่ำในประชามติรอบสอง ต้องรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออกตามมาตรฐานสากล
วันที่ 26 พ.ค. 2569 เวลา 08.50 น.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า แม้จะมีความท้าทายจากกระแส "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่อาจทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปได้ยากขึ้น แต่ตัวแปรสำคัญที่สุดที่จะทำให้ภารกิจนี้สำเร็จได้คือพลังของประชาชน โดยเฉพาะเสียงสะท้อนกว่า 21 ล้านเสียงจากการทำประชามติครั้งแรก ที่แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าต้องการหลุดพ้นจากกลุ่มการเมืองที่เกิดจากการเอื้อประโยชน์และการตรวจสอบที่อ่อนแอภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560
เมื่อถามว่า พลังเสียง 21 ล้านเสียงของประชาชนจะสามารถต่อสู้กับกลุ่มอำนาจสีน้ำเงินในรัฐสภาได้จริงหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เสียงของประชาชนจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังใน 3 ด้าน คือ การส่งตัวแทนพรรคประชาชนเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบกระบวนการอย่างเข้มข้น เป็นข้อผูกมัดทางดุลยพินิจให้ทุกฝ่ายต้องเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีความหมายอย่างยิ่งต่อการลงมติทำประชามติรอบที่สอง
"หากพรรคภูมิใจไทยคิดจะอาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 ตามแนวทางของตนเอง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะผูกขาดและให้อำนาจในการชี้ขาดเนื้อหาไปตกอยู่กับ สว. จนท้ายที่สุดหากรัฐสภาเห็นชอบ แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการทำประชามติรอบสองแล้วประชาชนส่วนใหญ่กลับโหวตไม่เห็นด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร" นายพริษฐ์ ตั้งคำถาม
นายพริษฐ์ ได้หยิบยกบรรทัดฐานทางการเมืองระดับสากลขึ้นมาเปรียบเทียบ โดยยกตัวอย่างกรณีการทำประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ของประเทศอังกฤษ ซึ่งเมื่อผลประชามติออกมาสวนทางกับแนวทางของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีอังกฤษในขณะนั้นก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งภายในเวลาไม่เกิน 3 วัน เพื่อแสดงสปิริตและความรับผิดชอบทางการเมือง ดังนั้น หากร่างของพรรคภูมิใจไทยถูกประชาชนคว่ำในชั้นประชามติ คาดหวังว่าจะได้เห็นรัฐบาลชุดนี้แสดงความรับผิดชอบในมาตรฐานเดียวกัน
เมื่อถามว่าถึงคววามคืบหน้าของพรรคประชาชน นายพริษฐ์ กล่าวว่า เตรียมจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 1-2 วันนี้ โดยในวันนี้จะเป็นขั้นตอนการรวบรวมรายชื่อ สส. ยืนยันว่าเนื้อหายังคงยึดตาม 3 หลักการสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับร่างเดิมที่เคยยื่นไปแล้วในอดีต และเคยได้รับเสียงสนับสนุนที่เพียงพอจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
"หาก สว. ท่านใดที่เคยโหวตให้ความเห็นชอบในรอบที่แล้ว แต่มาในรอบนี้กลับเปลี่ยนใจจะโหวตคว่ำ ก็ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่าท่านใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินใจ ผมคาดหวังว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนจะลงมติด้วยการพิจารณาเนื้อหาสาระของกฎหมายและประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก ไม่นำเรื่องอคติส่วนตัวหรือการถูกวิพากษ์วิจารณ์มาใช้ตัดสินใจ" นายพริษฐ์ กล่าว








