‘นิกร จำนง’ แกนนำพรรคภูมิใจไทย แถลงโต้ ‘ณัฐพงษ์’ ผู้นำฝ่ายค้าน ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญหวังผลสำเร็จ ไม่ใช่ทำเอาภาพจำลองทางการเมือง แจงโมเดล สสร. สัดส่วนผสมยึดหลักเสียงข้างมากตามระบอบประชาธิปไตย ย้ำลดโควตาเสียง สว. เหลือ 1 ใน 4 เพื่อคลายล็อก พร้อมฉะฝ่ายค้านทำตัวเป็น "ฝ่ายติ" ย้อนถามใครเดินสายยื่นศาลจนปิดทางเลือกผู้ร่างโดยตรง
วันที่ 21 พ.ค.2569 เวลา 14.45 น.ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวตอบโต้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีวิพากษ์วิจารณ์การเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล โดยระบุว่า ตนจำเป็นต้องชี้แจงเนื่องจากถูกโจมตีทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่พรรคฝั่งรัฐบาลพยายามขับเคลื่อนภารกิจตามที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นหน้าที่ของรัฐสภา และทำตามคำสั่งของประชาชน
ส่วนการโจมตีเรื่องการออกแบบ สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ไม่มีการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนว่า หากยังดื้อแพ่งเสนอแนวทางเดิม ร่างกฎหมายก็เสี่ยงที่จะถูกคว่ำในรัฐสภาอีกครั้ง พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายค้านว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาผูกมัดทุกองค์กรในปัจจุบัน เกิดจากพฤติกรรม "พิรี้พิไร" ยื่นเรื่องให้ศาลตีความซ้ำแล้วซ้ำเล่าของใคร จนกระทั่งศาลชี้ขาดว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ซึ่งถือเป็นการปิดทางตัวเองแล้วกลับมาโจมตีผู้อื่น
"การเสนอร่างที่รู้ทั้งรู้ว่าจะโดนคว่ำ อาจทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางการเมืองว่าได้ทำแล้ว แต่พรรคภูมิใจไทยประสงค์ให้เกิดผลสำเร็จจริง เราจะไปสุ่มเสี่ยงแบบนั้นไม่ได้ จึงต้องออกแบบกระบวนการใหม่ ให้ผู้สมัครสมัครเข้ามาตามกลไก แล้วใช้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือกตามกรอบที่ศาลรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้" นายนิกร ระบุ
เมื่อถามว่าข้อกังวลของสังคมเรื่องโครงสร้าง สสร. ที่อาจกลายเป็น "ส.ส.ร. สีน้ำเงิน" นั้น นายนิกร กล่าวชี้แจงว่า ทางฝ่ายกฎหมายของพรรคได้ออกแบบเพื่อคลายความกังวล โดยกำหนดให้มี ส.ส.ร. จำนวน 700 คน แบ่งเป็น สว. 200 คน และ สส. 500 คน ใช้กลไกรัฐสภาจัดสรรสัดส่วนตามจำนวน สส. ที่แต่ละพรรคการเมืองมีอยู่จริง ดังนั้น การที่พรรคร่วมรัฐบาลได้สัดส่วนมากกว่าจึงเป็นไปตามหลักเสียงข้างมากตามปกติ หากการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคฝ่ายค้านชนะได้ สส. มาก ก็จะได้สัดส่วนที่มากตามไปด้วย จึงรับประกันได้ว่าไม่มีขั้วการเมืองหรือสีใดผูกขาดแน่นอน
นอกจากนี้ นายนิกร ยังปฏิเสธข้อหาเรื่องการเพิ่มสิทธิพิเศษหรือเพิ่มอำนาจให้ สว. โดยอธิบายว่า ในร่างแก้ไขฉบับนี้มีการปรับลดเงื่อนไขเสียงเห็นชอบของ สว. ในวาระรับหลักการลงเหลือเพียง 1 ใน 4 (เทียบเท่าจำนวน สว. ประมาณ 50 คน) ซึ่งถือว่าลดลงมาจากร่างเดิมของพรรคภูมิใจไทยเสียด้วยซ้ำ ฝ่ายค้านจึงไม่ควรโจมตีโดยปราศจากหลักเกณฑ์
เมื่อถามว่ากรณีที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ออกมาพาดพิงว่า นายเนวิน ชิดชอบ มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้น นายนิกร กล่าวยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ในฐานะที่ตนอยู่กับทีมกฎหมาย และผู้ยกร่างของพรรคมาโดยตลอด นายเนวิน ชิดชอบ ไม่เคยโทรศัพท์เข้ามาสั่งการ หรือแทรกแซงใดๆ ทั้งสิ้น และเตือนว่าการกล่าวหาลอยๆ โดยไม่มีข้อเท็จจริง มีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายนิกร ได้ฝากแง่คิดไปยังพรรคฝ่ายค้านว่า ควรทำหน้าที่เป็น "ฝ่ายค้าน" ไม่ใช่ "ฝ่ายติ" ที่จ้องจะปฏิเสธทุกข้อเสนอของรัฐบาลอย่างไร้เหตุผล และแนะว่าควรต่างคนต่างทำหน้าที่ ยกร่างรัฐธรรมนูญตามความเชื่อของแต่ละฝ่าย แล้วนำมาบรรจุวาระพิจารณาพร้อมกันในชั้นศาลหรือรัฐสภา เพื่อสู้กันด้วยเหตุผลและหลักการตามเสียงข้างมากต่อไป








