วันที่ 21 พ.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
ชี้ไทยจีดีพีโตต่ำในอาเซียน แต่ร่ำรวย รธน.มากสุด ย้อน รธน. ฉบับ 40 ยัน 60 ปราบโกงไม่ได้ ฟันธง “คน” มีหน้าที่ไม่ทำหน้าที่จัดการหน่วยงานรัฐทุจริต เชื่อวัตรสังขาร รธน. มีไว้เถียง แบ่งฝ่าย แล้วถูกฉีก วนซ้ำซากไม่รู้จบสิ้น
เมื่อ 20 พ.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า กลไกและระบบใน รธน. ไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ เพราะ คน ซึ่งมีหน้าที่ไม่ทำตามหน้าที่การปราบปรามทุจริต
โดยทุกเรื่องการทุจริตในวันนี้ต้องตั้งหลักกันให้มั่น เพราะถ้าบ้านเมืองต้องการปราบปรามการทุจริต แต่อำนาจการปราบอยู่ที่หน่วยงานมีหน้าที่ตั้งแต่ สตง., ปปช., คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) และนำไปสู่ศาลอาญาทุจริตหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อีกทั้งบางประเด็นยังเกี่ยวข้องกับศาล รธน. ด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลจะแก้ไขการทุจริตได้ ซึ่งรัฐบาลและ ปปช.ต้องถูกตรวจสอบดำเนินการเช่นกัน ดังนั้น ในบ้านเมืองถ้าบุคคลมีหน้าที่ไปตรวจสอบคนอื่น ภาษาโบราณบอกต้องล้างเท้าให้สะอาดก่อนขึ้นธรรมมาสน์เทศสั่งสอนเขา
อีกทั้งกล่าวว่า ในวันนี้ภาวะวิกฤตศรัทธานำพาประเทศไทยสู่ล้มเหลว มีค่าเฉลี่ยจีดีพี (GDP) โดยเป็นอันดับ 8 ในกลุ่มอาเซียน 11 ประเทศ ซึ่งจัดว่าต่ำมาก ทั้งที่ไทยเป็นประเทศมีความหวัง มีความอุดมสมบูรณ์ แต่ระบบการเมืองการปกครอง และการปราบปรามการทุจริตยังเป็นลักษณะเล่าสู่กันฟัง เมื่อได้ฟังก็หายอยาก แล้วไปจำเรื่องอื่นกันต่อ ดังนั้นจึงไม่มีวันแก้ไขปัญหาทุจริตกันได้
ส่วนการแก้ รธน. 2560 ฉบับเน้นปราบโกงนั้น คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ยังมาแถลงการทุจริตของหน่วยงานรัฐอย่างคึกโครม ดังนั้น การปราบทุจริตจึงไม่ได้อยู่ รธน. แม้ รธน.ต่อให้เขียนดีแค่ไหน แต่บ้านเมืองยังวุ่นวายเพราะ “คน” เป็นปัญหาหลัก
นอกจากนี้ รธน. 2540 ซึ่งเชื่อเป็น รธน.ฉบับดีที่สุด เพราะวางระบบการตรวจสอบ แต่ยังดีแตก เมื่อฝ่ายอำนาจการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์เข้าสู่การเมืองก็พังและก่อนถูกยึดอำนาจในปลายปี 2549 รธน. 2540 ยังมีถึง 10 ประเด็นต้องแก้ไขในเรื่องการตรวจสอบเช่นกัน
ดังนั้น ไม่ใช่ตั้งต้นกลับไปจุดเดิม (แก้ รธน.) มันก็มีปัญหาเดิมอีก คือ คน (รธน.)ปี 50 ก็เรื่องคน เรียกร้องให้แก้ สุดท้ายได้เรื่องเดียวคือที่มาของ สส. และแก้ รธน.60 ก็ได้ที่มา สส.เรื่องเดียวเช่นกัน แล้วปราบโกงได้กันจริงหรือไม่ การปราบโกง ไม่ได้อยู่ที่ รธน.ลายลักษณ์อักษร แต่อยู่ที่คนมีหน้าที่ได้ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดหรือเปล่า ต่อให้ไปเขียน (รธน.) ให้ตาย แล้วจะเขียนว่าอย่างไง”
นายจตุพร กล่าวถึงพรรคภูมิใจไทยเสนอร่างแก้ไข รธน. 2560 ว่า สิ่งสำคัญให้มี สสร. 100 คนมายกร่าง รธน.ใหม่ โดยคัดจากจังหวัดละ 3 คน แล้วให้สภาเลือกเหลือจังหวัดละคน รวมเป็น 77 คน และมีผู้ทรงคุณวุฒิอีก 23 คน โดยใช้เวลา 365 วันยกร่าง นอกจากนี้ยังลดใช้เสียง สว.จาก 1 ใน 3 เป็น 1 ใน 4 อย่างไรก็ตาม แม้ไปเสนอร่างแก้ไข รธน.เดิมที่พรรคประชาชนเสนอไว้ ก็กลับมาที่ปัญหาเดิมอีก
อย่างไรก็ตาม การแก้ รธน.ในวันนี้ คือ ต้องสำเร็จให้ได้ก่อน ถ้ามีปัญหาก็ไม่สำเร็จ ถ้าสำเร็จแล้วมีปัญหาเรื่องคนอีก มันแก้เหมือนงูกินหาง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งกลไกและระบบ หรือคณะรัฐประหารมายกร่าง รธน. ยังมีปัญหาเรื่องคนเช่นกัน แล้วท้ายสุดก็มีปัญหาอีก
“เรามีปัญหาเรื่องคนมาโดยตลอด ดังนั้น ถ้าจัดการคนไม่ให้มีปัญหาได้ ประเทศไม่ต้องมี รธน.ลายลักษณ์อักษรก็ได้ เพราะมี รธน. ก็เหมือนไม่มี อังกฤษไม่มี รธน.เป็นลายลักษณ์อักษร เขาก็อยู่ได้ แต่ของเราเป็นประเทศร่ำรวยด้วย รธน.มากที่สุด และมีไว้เพื่อการฉีก แล้วมาทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิมๆ ซ้ำซาก”
พร้อมทั้งกล่าวว่า ในปี 2535 แม้เกิดการต่อสู้ระหว่างพรรคเทพกับพรรคมาร แต่เรียกร้อง รธน.จากพรรคเทพไม่ได้ ท้ายที่สุดพรรคชาติไทย ซึ่งขณะนั้นถูกเรียกว่า พวกมาร กลับบันดาลให้ จนเกิด รธน. 2540
“การเมืองของประเทศ เมื่อตกผลึกแล้ว บางวันก็เป็นเทพ บางวันก็เป็นมาร บางวันเป็นทั้งมารเป็นทั้งเทพ จึงเอาหลักกันไม่ได้ เพราะนักการเมืองมีอารมณ์วูมวาบภายใต้สถานการณ์นั้นๆ และไม่ว่าฝ่ายไหน จะซ้ายหรือขวา ฝ่ายก้าวหน้า ฝ่ายอนุรักษ์ วันหนึ่งก็พูดแบบหนึ่ง อีกวันก็พูดกลับมาอีกแบบเหมือนกัน”
ดังนั้น การยืนตัวตรงมันยากที่สุด แล้วการแก้ รธน.ก็ต้องเถียงกันต่อไป เพราะ รธน.มีไว้เพื่อเถียง ซึ่งจะเกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อการเมืองมาจากกระบอกปืนก็เถียงให้เขียน รธน.เพื่อมีเลือกตั้ง พอได้ รธน.แล้วมีเลือกตั้ง ก็วางแผนแก้ไข รธน. ระหว่างทางก็มีเรื่องราว แล้วถูกฉีก เวียนกันมาอย่างนี้ทุกฤดูกาล
นายจตุพร กล่าวถึงองคมนตรีร่วมสังเกตการณ์การประชุมของ บก.ปภ.ช. (กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ) วางแผนรับมือปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ว่า องคมนตรีไม่ได้เข้าสังเกตุการณ์เป็นครั้งแรก ซึ่งทำมาแล้วกว่า 10 ปี แต่ไม่ได้เป็นประเด็นเพราะ รมว.มหาดไทย ไม่ได้ควบตำแหน่ง นายกฯ
โดยครั้งนี้มีภาพปรากฎจึงกลายเป็นประเด็นวิพากษ์คึกโครม แล้วสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองอย่างไม่จำเป็นและไม่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง เมื่อทุกฝ่ายร่วมแก้ปัญหาของประชาชนและประเทศน่าเป็นสิ่งที่ดี
#จตุพร #รัฐธรรมนูญ #การเมืองไทย #คอร์รัปชั่น #GDPไทย #ข่าวการเมือง #แก้โกง #อาเซียน #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








