“ภราดร ปริศนานันทกุล” แจงกระทู้สดวุฒิสภา ปัดตอบไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญ เหตุไม่อยากก้าวก่ายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ยืนยันพรรคภูมิใจไทยเดินหน้าตามเจตนารมณ์ประชามติ 21.6 ล้านเสียง เตรียมประชุมเคาะเนื้อหา 19 พ.ค. นี้ พร้อมหนุนประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความเห็นเต็มที่ ย้ำต้องทำตามกรอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเพื่อความรอบคอบ
วันที่ 18 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสด นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เรื่องกรอบเวลาและแนวทางการยื่นเสนอให้รัฐสภาพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มหมวดว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเป็นการแสดงความจริงใจและการเคารพเจตนำจงของประชาชนผ่านกระบวนการออกเสียงประชามติเมื่อ 8 ก.พ.
โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงว่าการเสนอร่างแก้ไขไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของรัฐบาล แต่เป็นหน้าที่โดยชอบของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ โดยพรรคภูมิใจไทยฐานะแกนนำรัฐบาลจะทำตามผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง ซึ่งพรรคจะประชุมในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) และพิจารณาเนื้อหาเป็นประเด็นหลัก โดยหากสส.เห็นชอบ จะเดินหน้าเข้าชื่อ 1 ใน 5 เพื่อยื่นร่างแก้ไขต่อรัฐสภา
“รัฐบาลไม่สามารถกำหนดไทม์ไลน์ของการพิจารณาของรัฐสภาได้ เพราะไม่ทราบว่าผ่านวาระหนึ่งหรือไม่ และเมื่อได้ตั้งกรรมาธิการแล้ว จะใช้เวลาเมื่อใดรัฐบาลตอบไม่ได้ แต่รัฐบาลจะทำทุกกระบวนการตามที่เป็นอำนาจหน้าที่ เช่น การเร่งรัดทำประชามติครั้งที่สอง ให้ดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด หรือกระบวนการใดๆที่รัฐบาลเข้าไปมีส่วนร่วมตามกฎหมาย พร้อมกับสนับสนุนฝ่ายนิติบัญญัติให้แก้ไข ผมขอย้ำว่าไทม์ไลน์รัฐบาลไม่สามารถก้าวล่วงการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติได้” นายภราดร ชี้แจง
จากนั้นนายนรเศรษฐ์ ตั้งคำถามต่อว่ารัฐบาลจะให้หลักประกันอย่างไรต่อการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเต็มที่และทำให้รัฐธรมนูญมีความชอบธรรมและให้ประชาชนเป็นเจ้าของได้
นายภราดร ยืนยันว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนต้องไม่ใช่ผ่านคูหาเลือกตั้ง แต่คือทำให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นมากกว่า 3 วินาทีเข้าคูหากากบาท ส่วนจะทำอะไรได้หรือไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อระวังและประคองการแก้ไขรัฐธรมนูญเป็นไปโดยชอบและไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
“รัฐบาลจะใช้ทุกกลไกและเครือข่ายหากรัฐสภาร้องขอเพื่อขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนเกิดจากความเห็นและความคิดที่แตกต่างหลากหลายของประชาชน ในทุกประเด็นทั้งที่เห็นตรงกันหรือไม่ตรงกันหรือไม่ โดยจะเป็นบทสุปของรัฐธรรมนูญของประชาชนที่จะเกิดขึ้น”นายภราดร กล่าว








