“นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” พรรคไทยภักดี อภิปรายกลางสภาฯ ย้ำแก้รัฐธรรมนูญต้องฟังเสียงข้างน้อย ชู ส.ส.ร. ต้องไร้การเมืองแอบแฝง-มีสำนึกป้องประโยชน์ประชาชน พร้อมขอบคุณรัฐบาลดันกฎหมาย “อากาศสะอาด-นิรโทษกรรม” คืนสิทธิชุมนุม แต่เบรกแรงอย่าให้กลุ่มทุนครอบงำ
วันที่ 15 พ.ค.2569 เวลา 12.50 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ จำนวน 34 ฉบับ โดยนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า ที่ผ่านมาในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนยืนอยู่ฝั่งข้างน้อย ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร ที่ผ่านมาแม้ตนจะเคยดีเบตทางการเมืองในเรื่องนี้แล้วแพ้ ตนก็ยอมรับได้ เพราะเสียงของประชาชน21ล้านคนบอกว่าต้องการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ตนเคารพกติกา แต่สิ่งที่ตนอยากฝากไปยังผู้มีอำนาจในการรวบรวมเสียงเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ คือคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) นอกจากนี้เก่งและดี ที่สำคัญคือต้องเป็นกลาง
“อยากฝากพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาในอนาคต คำว่าเป็นกลางทางการเมืองท่านต้องตระหนัก เพราะถ้าท่านใช้วิธีแอบแฝง ลาออกวันนี้จากสมาชิกพรรคการเมือง อีกวันมาสมัครแล้วมาเป็นสสร. มันเป็นกลางหรือ สุดท้ายมันจะทำให้รัฐธรรมนูญมีปัญหา แล้วคำว่าเชื่อมโยงกับประชาชน มันควรหมายถึงมีสำนึกที่เป็นคุณประโยชน์ต่อประชาชน คือการปกป้องผลประโยชน์ประชาชน คำว่าเชื่อมโยงกับประชาชน ถ้ามาจากการเลือกตั้ง บางครั้งคุณเป็นแค่ผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่คุณไม่มีสำนึกของประชาชน นอกจากนี้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ต้องฟังเสียงข้างน้อย และฟังเสียงเห็นต่าง ผมยืนยันว่าเสียง สว.1ใน3 ยังมีความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่เสียงข้างมาก เพราะเสียงข้างมากมันจะลากไปได้ “ นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ตนพอใจ และขอบคุณที่รัฐบาลยืนยันกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา2กฎหมาย คือ1.พ.ร.บ.อากาศสะอาด ภาคประชาชนจะมีสิทธิในการหายใจอากาศบริสุทธิ์ ปราศจาก PM2.5 เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ตนมีข้อความที่ภาคประชาชนฝากตนมาว่า คณะกรรมการที่เข้ามาเกี่ยวข้องที่มีการประกาศให้กลุ่มทุน3กลุ่มเข้ามา อย่าให้กลุ่มทุนดังกล่าวเข้ามามีบทบาทมากนัก เพราะคนกลุ่มนี้ที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.อากาศสะอาด มีส่วนเกี่ยวข้องในการปล่อยมลพิษสู่อากาศ และ2.พ.ร.บ.สร้างเสริมสันติสุข เพื่อนๆตนหลายคนที่ต่อสู้ในความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ปี2548-ปัจจุบัน หลายคนติดคุก
“บางครั้งการออกกฎหมายนี้ช้าเกินไป หลายคนแทนที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ต้องติดคุกแบบไม่จำเป็น หวังว่าเรื่องที่ค้างอยู่ที่ สว. อยากให้พิจารณาให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อคืนสิทธิขั้นพื้นฐานจากการร่วมชุมนุมของประชาชน เพราะที่ผ่านมาการชุมนุมใหญ่ทางการเมืองไม่ใช่ทางออกประเทศ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร ประเทศชาติไม่ดีขึ้น”นพ.วรงค์ กล่าว








