วันที่ 18 พ.ค.69 "หมอเจด" นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก "หมอเจด" ระบุว่า...
อาการลุกขึ้นแล้วหน้ามืด วิ้ง ๆ ตาพร่า หรือเหมือนจะเป็นลม หลายคนชอบพูดว่า “สงสัยลุกเร็วไป” แล้วก็ปล่อยผ่านครับ แต่ถ้าเป็นบ่อย เริ่มเวียนหัวง่าย เหนื่อยง่าย หรือใจสั่นร่วมด้วย อันนี้อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว เพราะบางครั้งมันเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังมีปัญหา ทั้งความดันต่ำ โลหิตจาง ขาดน้ำ น้ำตาลแกว่ง หรือแม้แต่เรื่องหัวใจและระบบประสาทก็ได้ครับ ยิ่งปล่อยไว้จนล้มหมดสติ หรือหัวฟาด อันตรายกว่าที่คิดครับ
1.ลุกแล้วหน้ามืด เพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน
เวลาลุกขึ้นเร็ว เลือดจะไหลลงขาชั่วคราวครับ ถ้าร่างกายปรับตัวไม่ทัน ความดันจะตกช่วงสั้น ๆ ทำให้สมองได้รับเลือดไม่พอ เลยเกิดอาการมึน หน้ามืด หรือเหมือนจะวูบ อาการนี้เรียกว่า Orthostatic Hypotension ครับ โดยเฉพาะถ้าความดันตกมากกว่า 20/10 mmHg หลังลุกขึ้น ต้องเริ่มระวังแล้วครับ
2.ดื่มน้ำน้อย พักผ่อนน้อย ก็เป็นได้
คนที่นอนดึก ดื่มน้ำน้อย อดอาหาร หรือเสียเหงื่อเยอะ เลือดจะข้นและปริมาณเลือดลดลงครับ พอลุกเร็ว ร่างกายจะยิ่งปรับความดันยากขึ้น บางคนกินกาแฟทั้งวัน แต่น้ำแทบไม่แตะ แบบนี้เวียนหัวได้ง่ายมากครับ ยิ่งถ้าอากาศร้อน ออกกำลังกายหนัก หรือท้องเสียร่วมด้วย อาการจะยิ่งเป็นชัดขึ้นครับ
3.โลหิตจาง ก็ทำให้มึนง่าย
ถ้าร่างกายมีเม็ดเลือดแดงน้อย เลือดจะพาออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดีครับ คนที่โลหิตจางมักมีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น หน้ามืด หรือขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยเร็ว โดยทั่วไปถ้า Hb ต่ำกว่าประมาณ 12 g/dL ในผู้หญิง หรือ 13 g/dL ในผู้ชาย ควรหาสาเหตุเพิ่มเติมครับ
4.น้ำตาลแกว่ง ก็ทำให้วูบได้
บางคนปล่อยให้หิวจัด กินหวานจัด หรือกินไม่เป็นเวลา จนน้ำตาลแกว่งแรงครับ ช่วงที่น้ำตาลตก อาจมีอาการมือสั่น เหงื่อออก ใจสั่น หรือหน้ามืดได้ โดยเฉพาะคนที่ดื่มหวานเยอะแล้วปล่อยหิวนาน ๆ ร่างกายจะยิ่งแกว่งง่ายครับ บางคนพอกินหวานเข้าไปเยอะ น้ำตาลขึ้นเร็ว แล้วตกเร็ว จนวูบกลางวันได้ครับ
5.ถ้ามีอาการร่วมแบบนี้ ต้องรีบตรวจ
ถ้าเวียนหัวร่วมกับเจ็บหน้าอก ใจเต้นผิดจังหวะ แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือหมดสติ อันนี้ไม่ควรรอดูอาการเองครับ เพราะอาจเกี่ยวกับหัวใจ เต้นผิดจังหวะ เส้นเลือดสมอง หรือภาวะอันตรายอื่นได้ ยิ่งคนอายุมาก หรือมีโรคประจำตัว ยิ่งต้องระวังครับ
สิ่งที่ช่วยลดอาการหน้ามืดได้ คือเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ก่อนครับ
• ดื่มน้ำประมาณ 1.5–2 ลิตรต่อวัน ถ้าไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำ
• อย่าลุกพรวดทันทีหลังนั่งหรือนอนนาน
• พยายามนอนให้พอประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน
• กินอาหารให้ตรงเวลา ลดปล่อยหิวจัด
• ถ้ามีอาการบ่อย ควรลองวัดความดันทั้งตอนนอน นั่ง และยืนครับ
สรุปคืออาการเวียนหัวหรือหน้ามืดบ่อย ๆ ไม่ใช่อาการที่ควรมองข้ามครับ เพราะบางครั้งร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนเรื่องความดัน เลือด น้ำตาล หรือหัวใจอยู่ ยิ่งเริ่มหาสาเหตุเร็ว ก็ยิ่งป้องกันปัญหาใหญ่ได้เร็ว
#หมอเจด #สุขภาพ #หน้ามืด #ความดันต่ำ #โลหิตจาง #น้ำตาลในเลือด #สุขภาพดี #อาการวูบ #โรคหัวใจ #ข่าวสุขภาพ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








