โฆษก ทบ.” ชี้กัมพูชายังเล่นเกมยั่วยุชายแดน ยิงปืนป่วนรายวัน หวังไทยตอบโต้สร้างประเด็นโลก เผยฝ่ายไทยรู้ทัน “สงครามข่าวสาร” ยันยังไม่พบสัญญาณใช้อาวุธหนัก ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก-ติดตามข่าวจากทางการเท่านั้น ยกตัวอย่างประเด็นล่าสุดคลิปเสียงนายก
วันที่ 14 พ.ค.69 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทย.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยกรณีทหารกัมพูชายิงอาวุธปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาตลอดแนวพื้นที่บ้านโอร์เสม็ด ตรงข้ามด่านชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ รวม 11 นัด ว่า ที่ผ่านมาพบว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูง รวมถึงรัฐบาลกัมพูชา มักพูดอย่างหนึ่ง แต่การปฏิบัติในพื้นที่กลับเป็นอีกแบบหนึ่ง
พล.ต.วินธัย ระบุว่า นับตั้งแต่มีการหยุดยิง ยังคงได้ยินเสียงการยิงด้วยอาวุธปืนมาอย่างต่อเนื่อง บางครั้งเป็นเสียงระเบิด ซึ่งมองว่าเป็นพฤติกรรมยั่วยุ แต่ยืนยันว่าไม่ได้มุ่งทำลายชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชนและกำลังพลไทย เพียงแต่สร้างความรำคาญและความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน
“ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเกิดเหตุลักษณะนี้หลายครั้ง เชื่อว่าเหตุการณ์ไม่ได้เพิ่งเกิดเฉพาะครั้งนี้ที่เป็นข่าว แต่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกองกำลังในพื้นที่ได้รายงานข้อมูลเข้ามาโดยตลอด” โฆษกกองทัพบก กล่าว
ทั้งนี้ ประเมินว่าสาเหตุหลักมาจากการขาดวินัยของทหารกัมพูชา ขณะเดียวกันบางกรณียังมีเจตนายั่วยุ เพื่อให้ฝ่ายไทยใช้อาวุธตอบโต้ ก่อนนำไปขยายผลกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากใช้อาวุธก่อน
พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า บางครั้งฝ่ายกัมพูชาพยายามพาบุคคลหรือสื่อมวลชนต่างชาติ โดดยเฉพาะอินฟูฯ เข้ามาใกล้พื้นที่หวงห้าม เมื่อทหารไทยยิงเตือนตามขั้นตอน กลับนำภาพหรือข้อมูลไปเผยแพร่ว่าไทยเป็นฝ่ายใช้อาวุธก่อน ซึ่งกองทัพไทยรับรู้และรู้เท่าทันวิธีการดังกล่าวแล้ว
โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์ขณะนี้ กัมพูชายังคงให้น้ำหนักกับ “สนามรบข้อมูลข่าวสาร” มากกว่าการปะทะกันทางทหาร เห็นได้จากทุกครั้งที่เกิดเหตุ ผู้นำหรือโฆษกกองทัพกัมพูชา มักรีบออกมาปฏิเสธข้อเท็จจริง ทำให้สะท้อนถึงปัญหาการสื่อสารและสายการบังคับบัญชาระหว่างระดับนโยบายกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่
เมื่อถามว่าหากเกิดเหตุยิงเข้ามาจริง แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงปฏิเสธ ไทยจะรับมืออย่างไร พล.ต.วินธัย กล่าวว่า หากการใช้อาวุธส่งผลกระทบเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย ฝ่ายไทยพร้อมตอบโต้ทันที โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหน่วยรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากบริบทและความสัมพันธ์ในพื้นที่แตกต่างกัน
ส่วนกรณีประชาชนตามแนวชายแดนเกิดความวิตกจากกระแสข่าวที่เผยแพร่รวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย โฆษกกองทัพบกย้ำว่า เหตุยิงที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะ “ยิงยั่วยุ” ยังไม่ส่งผลต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ขอให้ประชาชนติดตามการแจ้งเตือนจากกลไกทางราชการ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ หากยังไม่มีสัญญาณเตือน ก็สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
“ยืนยันว่ากองทัพไม่ได้นิ่งนอนใจ และยังติดตามสถานการณ์วันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าจะยกระดับไปสู่การใช้อาวุธหนักต่อกัน จึงเหลือเพียงสนามการสื่อสารที่ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้เป็นหลัก” พล.ต.วินธัย กล่าว
นอกจากนี้ เมื่อถามถึงกรณีข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ โดยเฉพาะคลิปเสียงปลอมของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดน ซึ่งถูกเผยแพร่ในฝั่งกัมพูชา โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจแก่สังคม และขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก
“กรณีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรีนั้น เชื่อได้ยากอยู่แล้ว ขอให้ประชาชนรู้เท่าทันการสื่อสารในยุคปัจจุบัน เพราะหลายกรณีมีเป้าหมายสร้างผลกระทบต่อฝ่ายไทย จึงต้องใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสาร และติดตามข้อมูลจากภาครัฐเป็นสำคัญ” พล.ต.วินธัย กล่าว
#ทบ #กองทัพบก #ชายแดนไทยกัมพูชา #กัมพูชา #สงครามข่าวสาร #ความมั่นคง #ข่าวความมั่นคง #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








