ชาวบ้านชายแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ เผยได้ยินเสียงปืนเล็กอีกช่วงเช้า แต่ยังใช้ชีวิตปกติ แม่ค้ายืนยันต้องขายของเลี้ยงชีพ รอเพียง SMS แจ้งอพยพ ขณะหลายฝ่ายกังวลสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอาจบานปลายกระทบเศรษฐกิจชายแดนหนัก
วันที่ 14 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 08.30 น.ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านด่านพัฒนา ม.14 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ติดกับตลาดชายแดนช่องจอม ห่างจากชายแดนช่องจอม-โอรเสม็ด ประมาณ 1.5 ก.ม.บางคน ยืนยีนว่าได้ยินเสียงปืนเล็กอีกหลายนัด จึงได้มีการโทรศัพท์สอบถามแม่ค้าแถวตลาดช่องจอม เนื่องจากไม่แน่ใจ ซึ่งบางรายก็ไม่ได้ยิน เนื่องจากมีตึกอาคารบ้านเรือนต่างๆบังเสียง ไม่ใช่ที่โล่ง ประกอบกับเสียงประชาชนที่มาซื้อของและเสียงรถวิ่งกลบเสียงบริเวณตาลดชายแดน อีกทั้งเป็นปืนเล็กหากไม่เงียบหรือตั้งใจฟังจริงๆก็จะไม่ได้ยิน เนื่องจากอยู่ห่างจากชายแดนเกือบ 2 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตามชาวบ้านชายแดนในพื้นที่ที่ทราบข่าวการยิงปืนเล็ก 11 นัด ตั้งแต่เมื่อคืนของทหารกัมพูชา ต่างรู้สึกไม่ตื่นตระหนกและเริ่มชินในสถานการณ์การสู้รบที่ต้องอพยพ และต่างมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลาตั้งแต่สงครามรอบแรก และยังคงใช้ชีวิตตามปกติ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาดชายแดนช่องจอม ที่ยังคงเปิดร้านค้าขายกันอยู่ เพื่อหารายได้ดูแลครอบครัว หลังจากเศรษฐกิจชายแดนซบเซา ไร้นักท่องเที่ยวตั้งแต่สงครามรอบแรก และทุกครั้งที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับชายแดน จะส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าขายชายแดนเงียบเหงาลงทันทีและทุกครั้ง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารยังคงตรึงกำลังตลอดแนวชายแดน โดยเฉพาะที่ชายแดนช่องจอม อย่างเข้มข้น ตามคำสั่งของกองทัพบก หลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารกัมพูชายิงปืนเล็ก 11 นัดดังกล่าว
นางรัตนนา ชูกล้า แม่ค้าขายสินค้าทั่วไป ย่านตลาดชายแดนช่องจอม เลขที่ 83 ม.14 ต.ด่าน อ.กาบเชิงฯกล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 8 โมงครึ่ง เพื่อนบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งตรงข้ามจะเป็นป่าชายแดน ห่างประมาณกิโลครึ่ง ว่าได้ยินปืนหลายนัด และไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ จึงโทรศัพท์มาสอบถามกัน และตนไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ หรือเสียงปืนหรือเปล่า เพราะอยู่หน้าตลาดไม่ได้ยิน เมื่อคืนฝนตกก็ไม่ได้ยิน บรรยากาศตลาดชายแดนเงียบเหงา แต่ต้องขายของปกติ เตรียมพร้อมตลอดเวลาไม่ตื่นตระหนก ถ้ามีเสียงปืนใหญ่ดังก็จะไปทันทีหรือมีเอสเอ็มเอสเตือนให้อพยพก็จะออกไป
ด้านนางดวงรัตน์ สุปูนทน แม่ค้าขายสินค้าทั่วไปย่านตลาดชายแดนช่องจอมฯ กล่าวว่า ตนมองว่าโอกาสที่จะเกิดสงครามรอบที่ 3 สูงมาก เพราะทหารเขมรพยายามยั่วยุและเกิดเหตุการณ์ชายแดนหลายอย่างเหลือเกิน ทั้งประท้วงคัดค้านไม่ยอมรับการขึ้นทะเบียนปราสาทชายแดนต่างๆของกรมศิลปากร ก่อกวนไม่เลิก ทั้งที่ช่องจอม ถ้าจะรบก็รบไปเลย ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ชาวบ้านต้องทำมาหากิน จะให้อพยพตอนไหนก็ไปตอนนี้ เมื่อคืนไม่ได้ยินเสียงปืนเพราะฝนตกหนัก ส่วนเมื่อเช้าอยู่หน้าตลาดชายแดนช่องจอมไม่ได้ยินเสียงปืน และไม่ได้สังเกต ส่วนที่ พลโทมาลี ของกัมพูชา ออกมาแถลง ว่าการยิง 11 ของทหารเขมร ว่าไทยกล่าวหาร้ายแรง และเป็นข่าวปลอม ตนมองว่าทหารไทยมีวินัยสูง มีระเบียบ เหมือนประชาชนคนไทยที่มีระเบียบวินัย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยโกหกอะไรง่ายๆเขามีระเบียบกฎกติกาของเขาเอง ทหารไทยมีความอดทนสูงมาก ไม่มีปฏิริยาป่าเถื่อนไปทำอะไรใครง่ายๆถ้าไม่เหลืออดจริงๆ คือนิสัยคนไทย ถ้าไม่เหลืออดหรือโดนหนักจริงๆก็จะไม่พูดและตอบโต้อะไรเลย แต่เขมรโกหกได้ตลอดเวลา ไทยอ่อนโยนจนมองว่าอ่อนแอในสายตตาเขมร คือความใจดีของไทย แต่ชาวบ้านไม่ตื่นตระหนกแต่อย่างใด อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เมื่อสถานการณ์มันเป้นแบบนี้แล้ว








