วันที่ 11 พ.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
ชี้ “ทักษิณ” ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ถัดจากนี้ถ้าสู้การเมือง ความนิยมยิ่งลด ควานหาความสำเร็จไม่เจอ และไม่มีใครกลัว ขณะที่คดีชั้น 14 กับ ม.112 ยังเป็นเชือกผูกไว้อยู่ เสี่ยงกลับคุกอีก ขำนักพูดช่างกล้าย้อนด่าเผด็จการเพื่อยกยอ ลั่นเมื่อตระบัดสัตย์ข้ามขั้วจับมือ รปห. แต่งเรื่องใหม่วันนี้จึงผิดที่ ผิดเวลา ไม่ใช่วีรบุรุษ
เมื่อ 10 พ.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้พักโทษ ติดกำไลอีเอ็มออกจากคุกตั้งแต่เช้า 11 พ.ค.นี้ แต่มีคำถามว่า หลังจากนั้นจะวางมือการเมืองหรือไม่ ซึ่งคำตอบควรพูดให้ชัด ขณะที่คนไทยไม่มีสิทธิ์ห้ามทักษิณ ยุ่งการเมืองด้วย
อย่างไรก็ตาม ถ้าประกาศจะสู้ทางการเมืองต่อไป ย่อมไม่มีปัญหาอะไรเช่นกัน แต่ปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากอ้างกลับมาไทยเพื่อเลี้ยงหลาน แต่ยุ่งการเมืองจนเกิดความวุ่นวายตามมาอีก
"ถ้าบอกว่า ล้างมือในอ่างเด็ดขาด ใช้ชีวิตสงบในวัย 77 ปี ใครก็ไม่เข้าไปยุ่งกับชีวิตของบุคคลธรรมดา เพราะไม่ใช่คนสาธารณะ ถ้าเข้ามายุ่งทางการเมือง ซึ่งเป็นสิทธิ์ และฝ่ายต่อต้านก็มีสิทธิ์ต้าน ฝ่ายสนับสนุนก็มีสิทธิ์สนับสนุนเช่นกัน"
อีกทั้งกล่าวว่า ทักษิณ ยังมีอีกสองคดีคือ คดีชั้น 14 และ ม.112 ซึ่งมีโอกาสกลับเข้าคุกได้อีก โดยคดีชั้น 14 น่ากลัวกว่าคดี ม.112 หลายเท่าตัว และอาจจะมาเร็วด้วย ซึ่งต้องขบคิด อีกอย่างจุดสูงสุดทางการเมืองของทักษิณ ผ่านไปแล้วและคงกู่ไม่กลับ
สิ่งสำคัญหากทักษิณ อดไม่ได้ ถ้าต้องการยุ่งการเมืองควรอยู่เบื้องหลังแล้ว ต้องอยู่เบื้องหลังให้จริง ไม่เห็นตัว เป็นคนไร้ร่องรอย ถ้าทำไม่ได้จะเกิดผลลัพธ์ตามมา และคงมีแรงกระแทกกลับเช่นกัน
"การอยู่เบื้องหลังทำได้ แต่ว่าบางทีคนเราไม่ชินเหมือนกัน เพียงแต่ว่าทำใจได้หรือเปล่า ความจริงเสืออยู่มุมไหนก็เป็นเสือ ถ้ามาคำรามอยู่สี่แยกก็ไม่น่ากลัว เพราะไม่ใช่พื้นที่ (คำราม) ดังนั้น จึงอยู่ที่วิถีทางถัดจากนี้ไป ดังนั้น ในสถานะคนผ่านคุกกันมา เห็นว่า เชือก (คดี) ยังผูกขาอยู่อย่างน้อยสองเส้น"
นายจตุพร กล่าวว่า ในทางการเมืองมองเห็นกระดานว่า ยามไหนในหนทางข้างหน้าควรพยศหรือไม่ควรพยศ แต่พูดโดยทั่วไปแล้ว คนที่อยู่เหนือกว่าจะทำใจไม่ได้ เพราะคนที่เคยอยู่ใต้กลับมาอยู่เหนือแล้วตนเองทำใจไม่ได้ รับสภาพไม่ได้เมื่อเห็นลูกน้องไปใหญ่กว่าตัวเอง ซึ่งความจริงควรยกย่องและสนับสนุนลูกน้อง ชีวิตก็จะมีความสุข
นอกจากนี้ คดีในส่วนทักษิณ ยังมีอีกมาก โดยเฉพาะคดีของอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวและอดีตนายกฯ ยังไม่ถูกดำเนินคดีอาญา ดังนั้น ทุกเรื่องขณะนี้จึงไม่ง่ายเลย เพียงแต่ว่าคนเรามักลืมตัวเสมอ ยิ่งโซ่หลุดก็เอาอีกแล้ว
นอกจากนี้ เห็นว่า ความนิยมของทักษิณ ลดต่ำลงมาก โดยประเมินจากเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยที่ได้ สส.ต่ำกว่าร้อยเสียง หายไปกว่าครึ่งหนึ่งที่เคยได้รับ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะคนสิ้นสงสัย ไม่มีอะไรค้างคาใจในทางการเมืองแล้ว
พร้อมย้ำว่า ถ้าทักษิณ อยากมาสู้ทางการเมืองก็ไม่มีใครกลัวอะไรแล้ว เพราะความสำเร็จของคนคือ จุดสูงสุดทางการเมือง เมื่อมันผ่านแล้ว เรื่องที่เคยทำได้ก็กลายเป็นเรื่องยาก โดยดูจากสองอดีตนายกฯ เพื่อไทยยังควานหาความสำเร็จไม่เจอทั้งที่ทักษิณ กลับมาอยู่ในไทยแล้ว
"ความสำเร็จเกิดจากความศรัทธาและความเชื่อมั่น ถ้าสองสิ่งนี้มีปัญหาแล้ว สิ่งที่เคยสำเร็จก็จะไม่สำเร็จ คนๆ เดียวเมื่อเคยทำความสำเร็จ ณ เวลาหนึ่ง แต่พอมาแล้วอีกเวลาหนึ่งก็หาความสำเร็จไม่เจอเหมือนกัน บัดนี้ได้พิสูจน์สัจธรรมการเเมืองให้เห็นอย่างชัดเจนว่า วันที่มีความสำเร็จทางการเมือง ทำอะไรก็สำเร็จไปหมด แต่วันที่ไม่ใช่ก็ควานหาความสำเร็จไม่เจอ ทั้งที่เรื่องเหล่านั้นเคยสำเร็จมาแล้วก็ตาม"
นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ ฝ่ายสนับสนุนทักษิณ ย้อนมาพูดเรื่องรัฐประหาร เรื่องเผด็จการ ถ้าไม่ไปตระบัดสัตย์ข้ามขั้วก็พูดเรื่องเหล่านี้ได้ แต่เมื่อตระบัดสัตย์ข้ามขั้ว เรื่องที่พูดวันนี้จึงไม่ใช่ เพราะเรื่องที่พูดต้องแสดงออกผ่านการต่อสู้ ตายเป็นตาย ออกคุกจะเป็นวีรบุรุษยิ่งใหญ่
“การพูดเรื่องปฏิวัติ รัฐประหาร ประชาธิปไตยและเผด็จการ แต่ตระบัดสัตย์ข้ามขั้วไปจับมือกับพวกที่เคยชี้หน้าว่า เป็นซากเดนรัฐประหาร แล้ววันนี้มาพูดใหม่อีกว่า เป็นผลจากการยึดอำนาจ แต่วันที่ได้อำนาจไปจับมือกับคนที่ยึดอำนาจก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ แล้ววันนี้มาแต่งเรื่องใหม่ เผื่อคนจะลืมเรื่องเก่า พอพูดอีกคนก็ขำ ช่างกล้าเหมือนกัน คนมีหน้าที่พูดก็พูดไป
#จตุพร #ทักษิณ #การเมืองไทย #ม112 #คดีชั้น14 #ทักษิณชินวัตร #ข่าวการเมือง #เพื่อไทย #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #นักการเมือง #เสื้อแดง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








