วันที่ 17 เมษายน 2569 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook เรื่อง สแกนคำชี้แจงโฆษกรัฐบาล โต้ "อภิสิทธิ์" เบี่ยงเบน-บิดเบือน น่าผิดหวัง มีเนื้อหาระบุว่า อ่านข่าวคุณรัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล ออกมาตอบโต้หัวหน้าอภิสิทธิ์ด้วยความเสียดาย เสียดายที่ครั้งหนึ่ง คุณรัชดาเคยได้รับการสนับสนุนเป็นเลือดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป แต่ละคนมีเส้นทางของตัวเองเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ คุณรัชดากล้าที่จะออกมาสวนหัวหน้าอภิสิทธิ์แบบที่เห็นชัดว่า “กระดูกคนละเบอร์” แต่ยังกล้าแสดงความมั่นใจบนข้อมูลที่ผิดพลาดขนาดนี้ ผมคิดว่าคนที่เข้าใจผิด อ่านข้อมูลไม่แตกคือคุณรัชดาต่างหากไม่ใช่หัวหน้าอภิสิทธิ์ ถ้าหากคุณรัชดาเข้าใจสิ่งที่หัวหน้าอภิสิทธิ์สื่อสารจะต้องออกมาชี้แจงว่า รัฐบาลมีแผนที่จะแก้วิกฤตอย่างไร
อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังตั้งคำถามถึงโฆษกรัฐบาลหลายข้อ ตั้งแต่ ทำไมไม่แก้ที่ต้นเหตุคือน้ำมันแพงจนทำให้ต้นทุนสินค้าพุ่งขึ้นทุกชนิด? ทำไมไม่เก็บภาษีลาภลอยทั้งที่ทำได้? ทำไมจึงใช้กองทุนน้ำมันเพียงเครื่องมือเดียวในการแก้ปัญหา โดยไม่แตะภาษีสรรพสามิตและกำไรของโรงกลั่น? ทำไมนายกฯ ลอยตัวโยนภาระให้รมต.คนอื่นแล้วลอยแพประชาชน? ทำไมนายกฯ ไม่แสดงภาวะผู้นำตัดสินใจในเชิงนโยบายที่สำคัญ? ทำไมเคยหาเสียงไว้กระทรวงเกษตรฯ กับพาณิชย์ควรอยู่พรรคเดียวกัน แต่แยกแบ่งเค้กไป โดยที่คุณศุภจีแม้เป็นรองนายกฯ ก็ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตร จะมีปัญหาต่อประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาอย่างไร? ทำไมยังไม่มีการสื่อสารให้ประชาชนเห็นภาพที่ชัดเจนว่า รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาวิกฤตซ้อนวิกฤตอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเงินเฟ้อที่กำลังจะพุ่ง เป็นเงินเฟ้อฝั่งต้นทุน? และทำไมรัฐบาลยังคิดว่า “คนละครึ่ง” ที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบหว่านแห คือคำตอบในการแก้ปัญหาในสภาวะแบบนี้?
“ถ้าชี้แจงแบบตรงประเด็นไม่ได้ ก็ไม่ควรแสดงความไม่ประสีประสาออกมาให้เสียเครดิต คุณรัชดาออกมาเหมือนคิดว่านี่คือ เจ๋งแล้ว แต่ผมว่า “มันเจ๊งครับ” เจ๊งเพราะ “ตรรกะผิดเพี้ยน” ถ้าไม่ได้ตั้งใจผิดเพี้ยนก็คือการพยายามเบี่ยงเบนประเด็น โดยเฉพาะการเบี่ยงประเด็นเรื่อง การโอนงบประมาณรายจ่าย ที่อ้างเรื่องขั้นตอนต้องรอให้ครม.พิจารณางบประมาณแผ่นดินประจำปี 2570 ก่อน เรื่องแบบนี้คุณไม่ต้องมาสอนหัวหน้าอภิสิทธิ์ เขารู้ดีกว่า” นายเชาว์ระบุ
พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า เพราะคุณรัชดารู้น้อยกว่ามาก จึงออกมาปล่อยไก่ตัวโตขนาดนี้ การโอนงบประมาณ ในยามวิกฤต ตามหลักแล้วคือการรีดทอนงบของ ปีงบประมาณปัจจุบัน มาใช้แก้ปัญหาฉุกเฉิน ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่คุณรัชดากลับอ้างว่าต้องรอให้ ครม. พิจารณางบปี 2570 ให้เสร็จก่อน และจะใช้เงินได้ 1 ต.ค. ซึ่งก็คือวันเริ่มต้นงบประมาณปีหน้านอกจากความไม่แม่นยำในหลักการราชการแล้ว อีกสิ่งที่เป็นการเล่นการเมืองแบบเก่าจนน่าผิดหวัง คือการบิดเบือนว่าหัวหน้าอภิสิทธิ์ไม่ชอบโครงการคนละครึ่ง ทั้งที่ท่านเตือนด้วยความหวังดีว่าโครงการนี้อาจไม่ตอบโจทย์ปัญหาในขณะนี้ ประชาชนกำลังรอการแก้ปัญหาที่ "ตรงจุด" จากรัฐบาล ไม่ใช่แค่การตอบโต้ทางการเมืองเพื่อเอาความสะใจบนหน้าข่าว
"ผมสงสัยว่าคุณรัชดาออกจากพรรคไปแล้ว ลืมเอา 'หลักการและความแม่นยำ' ติดตัวไปด้วยหรือเปล่า เข้าใจครับว่าได้ดิบได้ดีเป็นโฆษกรัฐบาลเพราะสีน้ำเงินบันดาลให้ แต่อย่าลืมรากเหง้าและมาตรฐานการทำงานที่ทำให้คุณมีตัวตนทางการเมืองจนถึงทุกวันนี้" อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุทิ้งท้าย








