ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน
บำรุงขวัญผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พล.ต.ต.มานพ เสนากูลผบก.ภ.จว.เชียงราย ส่งต่อสะพานบุญ มอบรายได้จากการจัดสร้าง "พระสิริมงคล" และกำไรร้านปันรักษ์ ทะลุ 10 ล้านบาท สู่ทุนการศึกษาบุตรธิดาตำรวจแบบยั่งยืน
นับเป็น มิติใหม่แห่งการสร้างสวัสดิการตำรวจเชียงราย เมื่อพลังศรัทธาจากงานพุทธศิลป์โดยศิลปินระดับโลก "อาจารย์เฉลิมชัย" หลอมรวมกับกำไรจากการบริหารจัดการ "ร้านปันรักษ์ เจียงฮาย" กลายเป็นเม็ดเงินกว่า 10 ล้านบาท ที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ส่วนตัว แต่ถูกแปรเปลี่ยนเป็น "ทุนการศึกษาถาวร" ที่จะดูแลลูกหลานตำรวจไปชั่วลูกชั่วหลาน
พลังศรัทธา การจัดสร้างหอพระประจำ ภ.จว.เชียงราย และพระพุทธรูป-เหรียญ "พระสิริมงคล" ที่ได้รับความเมตตาแก้แบบโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จนยอดจองถล่มทลายความสำเร็จของร้านปันรักษ์รายได้และกำไรจากการบริหารร้านสวัสดิการ "ปันรักษ์ เจียงฮาย" สาขาที่ 5 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นโมเดลเงินทุนยั่งยืนการนำเงินต้นกว่า 10 ล้านบาท ฝากเข้าสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ เพื่อใช้เพียง "ดอกผล" มาจัดสรรเป็นทุนการศึกษาประจำปี โดยไม่มีการถอนเงินต้น เพื่อความยั่งยืนเป็น"เงินหมุนเวียนจากศรัทธา สู่สวัสดิการผ้ากากีที่ยั่งยืนแห่งเมืองเชียงราย"
หากพูดถึงสวัสดิการของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย สิ่งที่เป็นปัญหาเรื้อรังมาโดยตลอดคือความไม่แน่นอนและงบครองชีพที่จำกัด แต่สำหรับ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย กำลังสร้างมิติใหม่ในการบริหารจัดการรายได้ส่วนกลาง เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นรากฐานที่มั่นคงให้กับครอบครัวผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเป็นรูปธรรมความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อมีการสรุปยอดรายได้จากการระดมทุนและสวัสดิการรวมกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งมาจาก 2 แหล่งรายรับสำคัญ1. พลังศรัทธาพุทธศิลป์ "พระสิริมงคล":โครงการจัดสร้างหอพระประจำกองบังคับการ และการเปิดให้เช่าบูชาพระพุทธรูปยอดนิยม ซึ่งได้รับความเมตตาขั้นสูงสุดจาก อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย และอาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง (นายกสมาคมขัวศิลปะ) ร่วมกันรังสรรค์และตรวจแก้งานพุทธศิลป์จนงดงาม ไร้ที่ติ ส่งผลให้มียอดสั่งจองหลั่งไหลเข้ามาจากทั่วประเทศตั้งยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ และ2. เม็ดเงินจาก "ร้านปันรักษ์ เจียงฮาย"ร้านสวัสดิการกาแฟและสินค้าชุมชน สาขาที่ 5 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (บริเวณสี่แยกสถานีตำรวจ อ.เมืองเชียงราย) ที่ขับเคลื่อนโดยชมรมแม่บ้านตำรวจ ซึ่งโมเดลนี้เน้นการใส่ใจคุณภาพจนสร้างกำไรกลับคืนสู่หน่วยงานได้อย่างต่อเนื่อง การบริหาร"เงินต้นห้ามหาย ดอกผลสร้างคน"สิ่งที่น่าชื่นชมและถอดบทเรียนจากสกู๊ปนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข "10 กว่าล้านบาท" ที่หามาได้ แต่คือ "วิสัยทัศน์ในการจัดเก็บและส่งต่อ"
พล.ต.ต.มานพ กล่าวว่าภ.จว.เชียงราย มีนโยบายชัดเจนว่า เงินรายได้ทั้งหมดนี้จะถูกนำไปฝากไว้กับ สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ ภ.จว.เชียงราย โดยตั้งเป็น "กองทุนปิดที่ห้ามถอนเงินต้นเด็ดขาด" และจะนำเพียงแค่ ดอกเบี้ยและดอกผล ที่งอกเงยในแต่ละปี มาจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตรธิดาของข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.เชียงราย เป็นประจำทุกปี"นี่คือสวัสดิการที่ไม่ใช่การแจกแล้วจบไป แต่เป็นการปักเสาเข็มทางการศึกษาให้กับลูกหลานตำรวจเชียงราย ให้พวกเขารับรู้ว่า ในขณะที่พ่อแม่ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนและปราบปราบอาชญากรรม กองทัพตำรวจและพลังศรัทธาของประชาชนจะไม่ทิ้งข้างหลังของพวกเขาไว้ลำพัง" เงิน 10 กว่าล้านบาท จากการสร้างพระและร้านปันรักษ์ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่คือ "สะพานบุญ" และ "เกราะคุ้มภัยทางการศึกษา" ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า หากผู้นำมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และคิดเพื่อส่วนรวม สวัสดิการที่ยั่งยืนของตำรวจไทย...ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจริง








