วันที่ 11 มิ.ย.69 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Chao Meekhuad" ตอบโต้ดุเดือด กรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ประกาศเตรียมดำเนินคดีแบบกราวรูดกับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง โดยอ้างว่าทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความเสียหาย ในมิติทางการเมือง พฤติกรรมดังกล่าวคือการตอกย้ำให้สังคมเห็นถึงสายสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันอย่างแยกไม่ออกระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับตระกูลชิดชอบ พร้อมเดินหน้าชำแหละข้ออ้างทางกฎหมายของนายศุภชัยอย่างละเอียด
อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า การที่นายศุภชัยอ้างว่าคำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชนะคดีผู้บุกรุก 35 ราย ไม่มีผลผูกพันกับผู้ถือครองโฉนดที่ดินอีก 995 แปลง (ซึ่งรวมถึงที่ดินของตระกูลชิดชอบ) นั้น ถือเป็นการ "บิดเบือนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายอย่างจงใจ" พร้อมหยิบยก คำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว โดยศาลได้วางบรรทัดฐานไว้อย่างชัดแจ้งว่า ที่ดินเขากระโดงเนื้อที่ 5,083 ไร่เศษ เป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. ตาม พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟแลทางหลวง ร.ศ. 139 (พ.ศ. 2464) ที่ดินบริเวณนี้จึงไม่อาจนำไปออกเอกสารสิทธิให้บุคคลใดได้อีก
“ที่สำคัญ ศาลปกครองยังได้ชี้ขาดว่า อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่ง "เพิกถอน" โฉนดที่ออกโดยมิชอบได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเตะถ่วงให้ รฟท. ต้องไปไล่ฟ้องขับไล่ราษฎรทีละรายต่อศาลแต่อย่างใด”
นายเชาว์ ยังได้วิพากษ์การกระทำของนายศุภชัยว่า เป็นการใช้สถานะนักกฎหมายข่มขู่ประชาชนและสื่อมวลชนที่ตั้งคำถาม ถือเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการ "ฟ้องปิดปาก" เพื่อสร้างความหวาดกลัว พฤติการณ์นี้สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับเจตนารมณ์ของศาลยุติธรรม โดยเฉพาะคำแนะนำล่าสุดของประธานศาลฎีกา ที่เน้นย้ำถึงการป้องกันและสกัดกั้นการดำเนินคดีในลักษณะฟ้องปิดปาก เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการตรวจสอบประเด็นสาธารณะ พร้อมย้ำเตือนว่า พรรคภูมิใจไทยและตระกูลชิดชอบถือเป็น "บุคคลสาธารณะ" ที่ประชาชนย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะตั้งคำถาม ตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์ได้ตามหลัก "การติชมด้วยความเป็นธรรม"
ในตอนท้าย นายเชาว์ได้ประกาศจุดยืนท้าชนอย่างชัดเจนว่า หากมีประชาชนหรือสื่อมวลชนท่านใด ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทวงคืนที่ดินเขากระโดงอันเป็นสมบัติของชาติ บนหลักการติชมด้วยความเป็นธรรมแล้วถูกนายศุภชัยหรือตัวแทนพรรคฟ้องร้องเพื่อหวังปิดปาก ตนยินดีที่จะเป็นทนายความว่าความให้ทั่วประเทศ
"เราจะไม่ยอมให้ใครนำกฎหมายมาเป็นเครื่องมือปิดปากคนตรวจสอบ และใครที่คิดจะฟ้องคนอื่น ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่า มือสะอาดพอหรือยัง" นายเชาว์ กล่าวทิ้งท้าย








