การเมืองทั่วไป

“เอ็ดดี้”โต้ดราม่าพระนเรศวรในพงศาวดารพม่า ชี้อ่านประวัติศาสตร์ต้องมีสติ ไม่ใช่เชื่อตามฝ่ายศัตรู

แชร์ข่าว

“เอ็ดดี้”โต้ดราม่าพระนเรศวรในพงศาวดารพม่า ชี้อ่านประวัติศาสตร์ต้องมีสติ ไม่ใช่เชื่อตามฝ่ายศัตรู

 

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.25569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า

“พระนเรศวรไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น?

#อัษฎาค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

คำถามคือ เราจะเล่าประวัติศาสตร์ไทยผ่านสายตาใคร

ผ่านความทรงจำของชาติไทย

หรือผ่านพงศาวดารของฝ่ายที่เป็นคู่สงครามกับไทย

คนไทยจำนวนมากเติบโตมากับเรื่องราวยุทธหัตถี

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี

และฟันพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง

นี่คือเรื่องเล่าที่อยู่ในความทรงจำร่วมของสังคมไทยมาช้านาน

แต่ทุกวันนี้กลับมีคนจำนวนหนึ่งหยิบพงศาวดารพม่ามาเล่าด้วยน้ำเสียงเหมือน “ตาสว่าง” ว่าแท้จริงแล้วพระนเรศวรไม่ได้เก่งถึงขนาดนั้น

ไม่ได้เป็นผู้ฟันพระมหาอุปราชา

เพราะฝ่ายพม่าอ้างว่า ในสนามรบเกิดความชุลมุน ช้างเสียกระบวน และพระมหาอุปราชาอาจถูกยิงสิ้นพระชนม์ ก่อนที่พระนเรศวรจะเข้าถึงตัวด้วยซ้ำ

พงศาวดารพม่า (เช่น ฉบับอูกาลา ฮฺมันนัน ยาสะวิน) เล่าว่าช้างฝ่ายพม่า “ตกมัน” ชุลมุน ทหารไทยยิงปืนพลัดโดนพระมหาอุปราชาซบคอช้าง

แต่ไม่สงสัยว่า ทำไมร่างไม่ร่วง?

ควาญช้างที่นั่งอยู่ด้านท้ายเหาะมาจับร่างไร้วิญญาณของพระมหาอุปราชาที่นั่งอยู่บนคอช้างแล้วเชิดร่างเอาไว้เพื่อไม่ให้ทหารพม่าเสียขวัญ

ปัญหาคือ เมื่ออ่านให้ลึก เรื่องเล่าแบบนั้นก็ไม่ได้ไร้ช่องโหว่เลย

ถ้าพระมหาอุปราชาประทับอยู่บนคอช้างแล้วถูกยิงสิ้นพระชนม์

เหตุใดพระวรกายจึงไม่ตกลงจากช้าง

ถ้าควาญช้างอยู่ด้านท้าย

ในสภาพชุลมุนอลหม่านเช่นนั้น

จะขึ้นมาประคองหรือเชิดพระวรกายที่อยู่ด้านหน้าได้อย่างไร

นี่จึงไม่ใช่เรื่องว่า “ไทยต้องเชื่อไทย พม่าต้องเชื่อพม่า” แบบง่ายๆ

แต่คือเรื่องของการอ่านหลักฐานอย่างมีสติ

เพราะพงศาวดารทุกฉบับต่างมีมุมมอง มีอคติ และมีเป้าหมายทางการเมืองของตัวเอง

ฝ่ายไทยย่อมบันทึกชัยชนะในแบบของไทย

ฝ่ายพม่าก็ย่อมมีแรงจูงใจจะอธิบายความพ่ายแพ้ให้เสียหายน้อยที่สุด

เพื่อลดทอนภาพความยิ่งใหญ่ของคู่ต่อสู้

ดังนั้น การหยิบพงศาวดารพม่ามาเล่าเหมือนเป็น “ความจริงสุดท้าย”

แล้วใช้มันเพื่อลดทอนพระเกียรติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ไม่ใช่ท่าทีของคนที่คิดอย่างวิพากษ์

แต่อาจเป็นการเผลอรับเอาอคติของฝ่ายตรงข้ามมาพูดซ้ำโดยไม่รู้ตัว

คนไทยไม่จำเป็นต้องอายที่จะเล่าประวัติศาสตร์ของตนด้วยความภาคภูมิใจ

เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการรบชนะหรือแพ้

แต่คือเรื่องของผู้นำที่เป็นสัญลักษณ์ของการกู้เอกราช

ของความกล้าหาญ

และของเจตจำนงที่จะไม่ยอมอยู่ใต้ใคร

การอ่านประวัติศาสตร์อย่างมีวุฒิภาวะ

ไม่ใช่การเชื่อฝ่ายศัตรูแล้วเรียกตัวเองว่าตาสว่าง

แต่คือการรู้ว่าหลักฐานทุกชิ้นต้องถูกตั้งคำถาม

รวมถึงหลักฐานที่พยายามลดทอนวีรกรรมของบรรพชนเราเช่นกัน

คนไทยจึงมีสิทธิ์และมีเหตุผลเต็มที่

ที่จะยืนอยู่บนเรื่องเล่าของชาติด้วยความภาคภูมิใจ

ไม่ใช่ปล่อยให้ความทรงจำของเรา

ถูกเขียนใหม่ด้วยสายตาของคนที่เคยเป็นคู่ศึกกับเรา

หมายเหตุ ผมไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ไปร่วมรายการหรือใครเป็นการเฉพาะเจาะจง แต่ผมใช้คำว่า “มีคนจำนวนหนึ่งหยิบพงศาวดารพม่ามาเล่า”

และถ้าเป็นผมไปออกรายการแล้วผมต้องเล่าถึง พงศาวดารพม่า ผมก็จะเล่าอย่างที่เขียน ยกตรรกะขึ้นมาว่า มันเป็นไปได้มั้ยที่พระมหาอุปราชโดนยิงตายบนคอช้าง ทำไมร่างไม่ร่วงตกลงมา ทำไมควานช้างอยู่ที่ท้ายช้าง ถึงเหาะมาจับร่างแล้วเชิดร่างไว้ทัน แล้วปล่อยให้ผู้ฟังใช้ตรรกะส่วนตัวพิจารณา

#อัษฎางค์ยมนาค #เอ็ดดี้อัษฎางค์ #สมเด็จพระนเรศวรมหาราช #ยุทธหัตถี #ประวัติศาสตร์ไทย #ประวัติศาสตร์ #ถกเถียงประวัติศาสตร์ #พงศาวดารพม่า #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ดราม่าโซเชียล #วิชาการ #วิเคราะห์การเมือง #อ่านเกมอำนาจ #ชาติไทย #เอกราชไทย #ประวัติศาสตร์อยุธยา #ข้อเท็จจริง #ความเชื่อ #สังคมออนไลน์ #ไทยพม่า #ความรู้ประวัติศาสตร์