เสือตัวที่ 6
ขบวนการก่อการร้าย BRN ปฏิบัติการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ด้วยการลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบนถนนทางหลวงหมายเลข 4057 บริเวณพื้นที่บ้านไม้ฝาด ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ badass เจ็บ 2 นาย เสียชีวิต 1 นาย และยังมีชาวบ้านบาดเจ็บอีก 2 คน ขณะกำลังเดินทางเพื่อไปรักษาความสงบเรียบร้อยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เมื่อ 11 พ.ค. โดยคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในภาชนะถังแก๊สหุงต้ม หนัก 50 กก. แอบวางไว้ใต้ท่อลอดกลางถนน และจุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้ายาวเข้าไปในป่ารกทึบริมทาง
ด้วยหลุมระเบิดขนาดใหญ่สะท้อนถึงอานุภาพของระเบิดแสวงเครื่องที่เกิดจากการประกอบเป็นระเบิดทำลายร้ายแรงจากผู้เชี่ยวชาญด้านประกอบระเบิดซึ่งเป็นสมาชิกคนสำคัญของขบวนการร้าย BRN โดยมีกลุ่มคนที่ลักลอบนำวัสดุดินระเบิดมาจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการระเบิดหิน และส่วนประกอบของระเบิดที่หามาจากสถานประกอบการขนาดใหญ่ที่มีการใช้ถังแก๊สหุงต้มขนาดใหญ่ถึง 50 กก. การนำองค์ประกอบของระเบิดเหล่านั้นมาให้ผู้ชำนาญการประกอบระเบิดทำการดัดแปลงให้เป็นระเบิดเพื่อนำไปใช้ในการทำลายชีวิตผู้คนเป้าหมายตามแผนของแกนนำระดับสั่งการในพื้นที่
การแอบนำระเบิดที่ประกอบแล้วไปวางไว้ในจุดที่ฝ่ายวางแผนระบุไว้เป็นจุดสังหาร นั่นแสดงให้เห็นว่าขบวนการร้าย BRN หาข่าวล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างชัดเจนและแน่นอน และแจ้งข่าวการเดินทางมาถึงพื้นที่สังหารของเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ จนผู้กดระเบิดสามารถทำร้ายและสังหารบุคคลเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์ แม้พวกเขาจะใช้รถหุ้มเกราะก็ตาม
และการก่อการร้ายของ BRN ก็ยังคงทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 15 พ.ค. กองโจร BRN จำนวน 4 คน ปกปิดใบหน้า เข้ามาในพื้นที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล ปะนาเระ จ.ปัตตานี และบังคับให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกจากบริเวณอาคาร ก่อนจะจุดระเบิดดังขึ้นจำนวน 3 ครั้ง จนเกิดไฟลุกไหม้กลางดึก เป็นการบั่นทอนและขัดขวางความเจริญในพื้นที่ บ่งบอกถึงอำนาจการควบคุมพื้นที่ของ BRN อย่างชัดเจน และสะท้อนอำนาจรัฐที่เอื้อมไปไม่ถึง และเมื่อเป้าหมายถูกทำลายตามแผน ขบวนการร้ายกลุ่มนี้ยังเล็ดลอดหลบหนีได้อย่างลอยนวล ด้วยกลุ่มคนนำพาหลบหนีออกจากพื้นที่และหาที่หลบซ่อนที่เตรียมไว้โดยมีการสะสมอาหารและน้ำดื่ม หรือส่งข้าวส่งน้ำให้สามารถหลบซ่อนอยู่ได้ระยะเวลาหนึ่ง หรือการพรางตัวเป็นชาวบ้านที่ใสซื่อทั่วไปอย่างแนบเนียน และสุดท้ายคือการประเมินผลการปฏิบัติการผ่านการติดตามการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนที่แจ้งข่าวการบาดเจ็บและสูญเสียอย่างละเอียดยิบ และแน่นอนว่าขบวนการ BRN ประเมินและเตรียมแผนอย่างดีว่าหน่วยงานรัฐจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเพื่อตอบโต้พวกเขา ซึ่ง BRN สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนเพราะเป็นการปฏิบัติการหลังก่อเหตุที่รัฐมักทำในรูปแบบที่คาดการณ์ได้อย่างที่เคยทำมาซ้ำแล้วซ้ำอีก และนั่นคือการหลบซ่อน พักคอย รอเวลาและเตรียมความพร้อมในการก่อการร้ายรอบใหม่เมื่อรัฐเริ่มผ่อนคลายและอ่อนล้า
เหล่านั้นคือปรากฏการณ์การก่อการร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีกของขบวนการร้าย BRN พวกเขาทำร้ายคนทุกเพศทุกวัยทุกความเชื่อ พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปอย่างเหี้ยมโหดผิดมนุษย์ ทำลายบรรยากาศความสงบสุขของคนในพื้นที่ให้ย่อยยับลง ทั้งยังบั่นทอนและขัดขวางความเจริญที่คนในพื้นที่พึงจะได้รับเพื่อชีวิตที่ดีกว่าปัจจุบันให้ล่าช้าออกไปอย่างไร้ความปรานี และเหตุที่ BRN สามารถรอดพ้นการตอบโต้ กดดัน ทำลายพวกเขาจากรัฐ ก็ด้วยปฏิบัติการลับที่ใช้การหลบซ่อนตัวตน อิงแอบศูนย์บัญชาการและฐานปฏิบัติการใหญ่ในตอนเหนือของมาเลเซีย ซ่อนปนกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงในหมู่บ้านภายใต้การสนับสนุนของแนวร่วมขบวนการที่ถูกสร้างมาอย่างลับๆ อย่างเป็นกระบวนการทั้งจากสถานศึกษาและในชุมชนที่ขยายตัวเป็นวงกว้างเกินกว่าที่รัฐจะควบคุมได้แล้ว การเป็นสายลับสองหน้าที่แสดงตนเป็นฝ่ายรัฐและเป็นแนวร่วมขบวนการในเวลาเดียวกัน และแอบแฝงตัวตนเข้าเป็นสมาชิกในองค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกับการแทรกซึมตามระบบเพื่อเดินหน้าเป็นปากเป็นเสียงในรัฐสภา โดยมีแนวร่วมนักกฎหมายที่คอยต่อสู้ให้สมาชิกกองโจรที่ถูกดำเนินการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ยุทธศาสตร์การต่อสู้ที่สร้างความคลุมเครือในเงามืดของขบวนการร้าย BRN ก่อให้เกิดความสับสนกับรัฐและยังหาทางสว่างในการแก้ปัญหาในพื้นที่ไม่เจอจนทุกวันนี้ บนทัศนะที่แตกต่างของนักการเมือง นักวิชาการ นักความมั่นคงที่ต่างคนต่างรู้และเชื่อในมุมมองตลอดจนวิธีคิดของตนอย่างสุดโต่ง ทำให้แนวทางแก้ปัญหาไฟใต้แตกแขนงออกไปคนละทิศละทางจนหาจุดเริ่มต้นไม่ได้ แม้ที่เดินไปก็ไร้ทิศทาง ทั้งยังขาดความต่อเนื่อง เพราะเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลหรือเปลี่ยนแม่ทัพ ก็เปลี่ยนนโยบาย นั่นคือการก่อให้เกิดความอ่อนแอในการปฏิบัติของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อย่างเห็นได้ชัด ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐถูกจับตามองทุกฝีก้าวในขณะที่ความเคลื่อนไหวของ BRN กลับมืดมน เหล่านั้นจึงเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า ความคลุมเครือเชิงยุทธศาสตร์เป็นผลให้ขบวนการร้ายยังคงดำรงอยูอย่างเข้มแข็งและยังคงปฏิบัติการร้ายเพื่อกรุยทางไปสู่การแย่งยึดการปกครองจากรัฐมาเป็นของกลุ่มตนได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยการปฏิบัติการลับ (Covert Operations) อันทรงอานุภาพโดยการปกปิดกระบวนการก่อการร้ายทั้งปวงไม่ให้บุคคลภายนอกล่วงรู้ เพื่อสร้างมวลชน รวบรวมข่าวสาร ทำลายล้าง พรางตัว สร้างความคลุมเครือ ก่อความสับสนให้ฝ่ายรัฐขัดแย้งกันเองโดยไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง การปฏิบัติการลับของขบวนการจึงเป็นกลยุทธ์หลักสำคัญที่ BRN ใช้เป็นเครื่องมืออันแหลมคมในการต่อสู้กับรัฐได้อย่างลุ่มลึกและได้ผลจนทุกวันนี้








